มือถือหาย !!!
30 Apr
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณเกือบ ๆ จะเก้าโมง ผมได้นั่งรถตุ๊ก ๆ กับเพื่อนอีก 2 ท่านเพื่อที่จะไปทำงานที่ไซต์งานของบริษัท ซึ่งอยู่แถวกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
เมื่อผมและเพื่อน ๆ ได้ลงจากรถตุ๊ก ๆ และจ่ายเงินค่าตุ๊ก ๆ ไป จึงได้เดินเข้าไปยังที่ทำงานตามปกติ แต่ผมก็ได้พบว่ากระเป๋ากางเกงข้างซ้ายที่ปกติจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่น Nokia N-Gage อยู่ มันได้กลายเป็นกระเป๋ากางเกงโล่ง ๆ ไปแล้ว จึงได้รีบเดินออกมาดู แต่ตุ๊ก ๆ ก็ได้ขับออกไปซะแล้ว จึงได้เริ่มที่จะใช้โทรศัพท์ของเพื่อนโทรกลับเข้าไปยังเครื่องของผมเอง โดยหวังว่าคนขับตุ๊ก ๆ จะได้ยินเสียงมือถือของผมบ้างและรับสาย
หลังจากที่โทรอยู่ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อนผมก็โทรติด ซึ่งผู้ที่รับสายเป็นผู้ชาย แล้วบอกว่าตนเองชื่อ ก้อง ทำงานอยู่ที่กรมโยธาธิการ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่ทำงานของผมที่กระทรวงการคลังมาก แต่ก็ยังไม่ได้คุยถึงรายละเอียดการขอรับคืน ผมจึงได้โทรไปอีกครั้งและแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเครื่อง ซึ่งเขาก็บอกเป็นการนัดว่าให้ไปรับโทรศัพท์คืนได้ ที่ด้านหน้าตึกกรมโยธาธิการในเวลาเที่ยงตรง เพราะขณะที่คุยกันนั้นเป็นเวลาที่เขาจะต้องทำงานแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าการปล่อยระยะเวลาให้เนิ่นนานไว้มันไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมจึงได้ลองถามเขาว่า ผมจะขอไปรับตอนนี้ที่ที่ทำงานเขาได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ต้องมา ไว้ให้มาตอนเที่ยงทีเดียว แล้วประมาณเที่ยงให้โทรไปยังเครื่องของผมอีกรอบ ซึ่งน้ำเสียงของเขาตอนนั้นเหมือนไม่ค่อยพอใจ และมีอารมณ์โกรธอะไรบางอย่าง เหมือนตั้งใจว่าจะทำงานจริง ๆ ผมจึงยินยอมตามที่เขาขอ และวางสายไป
ครั้นเมื่อถึงเวลานัดผมก็ไปรออยู่บริเวณหน้าตึกกรมโยธาพร้อมกับโทรศัพท์เขาไปที่เครื่องของผมเอง ซึ่งก็ไร้วี่แววของการตอบรับจากชายที่รับโทรศัพท์ผมไปเมื่อเช้า ผมโทรอยู่อย่างนั้นตลอด 1 ชม. จนเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากความหวังและความยินดีที่จะได้โทรศัพท์คืน ณ ตอนนี้โทรศัพท์ผมกลายเป็นบริการรับฝากข้อความไปเสียแล้ว ซึ่งหากคิดในแง่ร้ายที่สุดคือเขาคงปิดมือถือผมและแสดงเจตนาว่าจะไม่คืนแล้ว แต่ผมก็ยังคิดในแง่ดีอยู่ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเขาต้องการเครื่องผมจริง ๆ แล้วตอนเช้าที่โทรไปตั้ง 2 ครั้งเขาจะรับสายผมทำไม
จึงทำให้ผมลองตามหาบุคคลที่ชื่อก้องดูภายในหน่วยงานของกรมโยธา ซึ่งก็ไปพบมา 1 คนแต่ก็ไม่ใช่คนที่เอาโทรศัพท์ผมไป ซึ่งผมก็ยังพยายามตามหาอยู่เป็นเวลากว่า 1 ชม.แต่สุดท้ายก็ไม่พบจึงต้องกลับมายังที่ทำงานเสียก่อน
โดยปกติแล้วการที่โทรศัพท์มือถือหาย ผู้ใช้มักจะต้องทำการขอแจ้งตัดสัญญาณเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งานยอดเงินที่คุณมีอยู่ในระบบ แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำการแจ้งเนื่องจากเหตุผลเดิมก็คือการที่เขารับโทรศัพท์จากผมถึง 2 ครั้งในตอนเช้า ซึ่งทำให้ผมคิดว่าเขายังน่าจะคืนโทรศัพท์ให้ผมอยู่ ผมจึงยังไม่ตัดสัญญาณ และได้ส่ง SMS เข้าไปเพื่อบอกให้เขาติดต่อการคืนเครื่องกลับมาได้ที่เบอร์ใดบ้างหลังจากที่เขาเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
แต่แล้วตลอดวันศุกร์ทั้งวันหลังจากเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ มือถือผมก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนถึงวันถัดมาซึ่งผมตั้งใจจะไปแจ้งตัดสัญญาณและขอซิมใหม่เบอร์เดิม ในช่วงสาย ๆ นั้น ปรากฏว่าเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ก่อนที่ผมจะไปแจ้ง ได้ลองโทรเข้าไปยังเครื่องของผมอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรติด แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่จะรับสายอยู่เช่นเดิม จนเมื่อผมไปถึงและรอเวลาการได้รับบริการอยู่เกือบจะครึ่งชม. ผมก็ได้แจ้งขอตัดสัญญาณและให้เขาเช็กยอดเงินคงเหลือในระบบ ปรากฏว่ายอดเงินผมเหลืออยู่แค่เพียง 150 บาท จากที่ผมเช็กครั้งล่าสุด ณ เวลาประมาณบ่าย 3 ของวันศุกร์ที่มีอยู่ที่ 1550 กว่าบาท แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อผมนำซิมใหม่ที่ได้มาใส่มือถือและกดเช็กยอดเงินคงเหลืออีกครั้ง กลับได้รับการแจ้งกลับมาว่าเหลืออยู่เพียง 94 สตางค์เท่านั้น
ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ก็คงจะโทษใครไปไม่ได้นอกจากตัวของผมเอง ที่ประมาทเกินไป ไม่ยอมตรวจเช็กบนเบาะที่นั่งภายหลังจากลงจากรถตุ๊ก ๆ แล้ว การไม่สอบถามรายละเอียดของตัวบุคคลที่เก็บโทรศัพท์มือถือของผมได้อย่างชัดเจนพอที่จะตามหาได้ง่ายในกรณีที่เขาหลบเลี่ยงการติดต่อจากผม รวมไปถึงการให้ความเชื่อใจแก่บุคคลที่ไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาของคนผู้นั้นมากจนเกินไป จนไม่ยอมตัดสัญญาณมือถือ และเป็นเหตุให้เสียยอดเงินคงเหลือที่มีอยู่ไปทั้งหมด
ในกรณีของโทรศัพท์มือถือที่หายนี้ ทำให้ผมรู้ว่าโอกาสที่จะได้รับกลับคืนมาแทบจะไม่มีเลย เว้นแต่ว่าผู้ที่เก็บได้ที่เป็นคนดีจริง ๆ และมีความต้องการจะคืน เขาผู้นั้นจะต้องหาวิธีติดต่อกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะสั่งตัดสัญญาณหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นผมจึงแนะนำให้คุณสั่งตัดสัญญาณทันที ภายหลังจากที่มือถือของคุณหาย เพื่อป้องกันยอดเงินคงเหลือของคุณไว้ก่อน หากในกรณีที่มีเงินเหลือเยอะมาก ๆ (อย่างเช่นในกรณีของตัวผมเอง)
ในส่วนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะกับระบบเติมเงินนั้น ผมขอเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกท่านที่ใช้ระบบเติมเงินไว้เลยว่า ผู้ให้บริการแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย นอกจากการแสดงความเสียใจ และการรอรับแจ้งการตัดสัญญาณ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นการเช็กว่าสัญญาณมือถือของคุณอยู่ที่ใด หรือจะเป็นข้อมูลการโทรออกล่าสุดเพื่อจะเช็กว่าคนที่เก็บได้ได้ใช้งานอะไรหรือไม่ เช่นในกรณีของผม ผมเองสันนิษฐานว่าคนที่เก็บได้เขาคงไม่ได้ใช้โทรจนหมด แต่หากว่าน่าจะเป็นการโอนเงินออกจนหมดเสียมากกว่า ซึ่งน่าจะเห็นได้ชัดจากตอนที่ผมเช็กยอดเงินครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดสัญญาณ ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการตัดสัญญาณคงไม่น่าจะเกิน 5 นาที ปรากฏว่ายอดเงินของผมก็ได้หายไปหมดแล้ว
แต่ก็ยังดีอยู่หน่อยตรงที่ว่ารู้สึกผู้ใช้ในระบบรายเดือน จะพอเช็กข้อมูลการโทรได้บ้าง แต่การรีบแจ้งตัดสัญญาณก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในกรณีที่มือถือของทุกท่านหายไป
แต่ในส่วนของการขอข้อมูลในเชิงลึกเช่นการให้เช็กว่ามือถือไปอยู่ที่ไหนคงจะต้องพี่งกระบวนการของตำรวจเขาและคงต้องใช้อำนาจทาง
ศาลเพื่อให้ตำรวจมีอำนาจในการข้อมูลจากผู้ให้บริการได้ต่อไป ซึ่งตรงนี้ผมก็ไม่แนะนำที่จะให้ทำสักเท่าไร เพราะว่าจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาอีกอย่างมากมายแน่นอน
สิ่งสุดท้ายที่จะพูดถึงคือการแจ้งความกับทางตำรวจ ในความเห็นส่วนตัวของผมเอง แทบจะไม่มีความเชื่อมั่นในระบบตำรวจของไทยสักเท่าไร เพราะคิดว่าในกรณีของผม ที่แม้แต่รายละเอียดผู้เก็บได้ก็รู้แค่เพียงชื่อ (ซึ่งก็ยังไม่ทราบอีกว่าเป็นชื่อเล่นหรือชื่อจริง) กับที่ทำงาน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใช่ที่ทำงานของเขาจริง ๆ หรือไม่หรือว่าจะเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา) การไปแจ้งความอย่างมากก็คงจะได้แค่ทำการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น คงไม่ได้อะไรคืบหน้าขึ้นมา รวมไปถึงการได้โทรศัพท์คืนยิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า
สุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกว่า จะขึ้นหรือจะลงจากพาหนะใด ๆ ก็ตามอย่าลืมตรวจเช็กสิ่งของมีค่าของท่านไว้ เพื่อความปลอดภัยจะเป็นการดีที่สุด ของมีค่าจะได้อยู่ติดตัวท่านไปตราบจนกว่าที่มันจะพังลงไป ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันหายไปอยู่กับคนที่คุณก็ไม่รู้จักนะครับ

เขียนดีมากเลย เสียใจด้วยนะกอล์ฟ T-T
N-Gage เครื่องนั้นเราก็ผูกพันนะ (ชอบไปหมุนเล่น)
ขอบคุณที่เขียนเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ
มารับฟังแล้วครับ ตอนอ่านไปกลางๆเรื่อง กะว่าจะคอมเม็นต์แบบ Optimistic ประมาณว่า แบตมันคงหมดแล้วเค้าไม่มีที่ชาร์จ
แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงไม่ต้องแล้ว – -’ ไอโฟนโลด เย้ยย
หลังจากอ่านบล็อกนี้ เราคิดไปไกลว่า
การที่เขารับสายนายสองครั้ง น่าจะเพื่อถ่วงเวลาให้นายไม่รีบตัดสัญญาณนะ เพื่อให้มีเวลาตักตวงมากขึ้น
อืม อย่าสนใจความคิดเราเลย Pessimistic สุดๆ
เสียใจเรื่องมือถือด้วยนะ อ่านแล้วรู้สึกเศร้าแทนเลย
ทรงพลัง…อย่างแรง ..เป็นอย่างนี้นี่เอง
ประสบการณ์ทำให้เราเติบโต
ขอให้ก้าวไปอย่างมั่นคงครับ
กรรม… เอาเหอะ อย่าเครียดไปละกัน ถือว่าเปนบทเรียนละ
เป็นเนี้อหาที่ดีมากนะค่ะ
สุดยอดมาก
ของผมเพิ่งหายวันนี้เองอ่ะคับ หายบนรถตู้ ลองโทรไปแล้วปิดเครื่อง ซักพักก้โทรกลับมา แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ จากนั้นก้ติดต่อไม่ได้เลย ก้เลยสั่งตัดสัญญาณอ่ะคับ จนปันยา แม้ว่ามันจะถูก แต่มือถือของใคร ใครก้หวงจิงมั้ยคับ