ฝันให้ไกลไปให้ถึง
7 May
หลังจากที่รู้สึกตัวว่า ไร้สาระบ่อยๆ วันนี้เรามามีสาระกันบ้างครับ
เพื่อนๆ มีฝันกันบ้างไหมครับ ฝันเฟื่อง ฝันลมๆแล้งๆ ฝันกลางวัน (อันนี้บ่อย) ฝันต่างๆนานา
วันนี้ผมขอเสนอเรื่องราวของความฝันของชายคนนึง บนทางของลูกหนังครับ
ชายคนนั้นก็คือ ซึบาสะครับ เฮ้ย อย่าลบลู่น่ะเว้ย ออกมาหลายภาคแล้ว ยังขายออกเหรอป่าวไม่รู้ แต่ยังได้ลง C-kid
ทั้งๆที่โคตรเพ้อเจ้อเลย แต่ผมขอพักไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นหัวข้อการ์ตูนไป
ชายคนนี้ผมขอให้ชื่อว่า A คับ คัดลอกเนื้อหามาจาก บทความของคุณ นาฬิกาทราย จากคอลัมน์ ?หลุดกรอบไปนิดเดียว!? จากเว็บ soccersuck.com มาให้อ่านครับ ลอกมาเลยล่ะกัน จะได้อิน เพราะของเขาดีจริงๆ
ฝันไกล?แต่ไปไม่ถึง
ผมเคยเชื่อมาตลอดว่าชีวิตของคนเราจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีความฝัน
และจะยิ่งไร้ค่าเข้าไปใหญ่ถ้ามีความฝันแต่ไม่พยายามทำมันให้สำเร็จ แต่เวลาผ่านไป เมื่ออายุมากขึ้น
ผมก็มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยมาตอนนี้ ผมเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งชีวิต มันก็มีอะไรมากกว่าแค่ ?ความฝัน?
ลองคิดดูนะครับ ถ้าความฝันมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะไขว่คว้า
และวันหนึ่งเราก็รู้ตัวเองว่ามีความสามารถไม่ถึงที่จะทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ควรจะทำอย่างไรดีครับ?
บางคนอาจจะฝืน ไม่ยอมแพ้เพื่อทำฝันให้เป็นจริงให้ได้ ในขณะที่บางคนก็อาจจะตัดใจ
และเริ่มมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า แต่ละคนก็จะมีหนทางในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน
ซึ่งมันก็จะนำไปสู่บทสรุปที่แตกต่างกันด้วยมีคำพูดที่เราคุ้นหูกันดีว่า ฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง
แต่ถ้า ฝันไกลแล้วไปไม่ถึงล่ะ!?
เราจะรับมือกับมันยังไงดี??????????????????.
กาลครั้งหนึ่ง ,,,นานมาแล้ว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่
มีเด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถือกำเนิดที่ชานเมืองสตาร์สบูร์ก
(เอาเป็นว่าผมขอเรียกเขาว่า นาย A ก็แล้วกันนะครับ)นาย A คนนี้ก็มีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปก็คือ
อยากใช้ชีวิตอยู่ในโลกลูกหนัง อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่
เป็นตำนานของสโมสร และมีโอกาสสวมเสื้อเลส์ เบลอส์สักครั้งในชีวิต
แต่ทว่าการเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี มีธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง
ทำให้เขาเดินตามความฝันของตัวเองยากสักหน่อย เพราะพ่อ-แม่ ไม่คิดจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านฟุตบอล
ในฉากหน้า ที่ต้องตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เขาก็แอบมีกิจวัตรที่ซุ่มซ้อมอยู่โดยไม่บอกคนในครอบครัว
นั่นคือแอบไปเล่นฟุตบอลและฝึกซ้อมฝีเท้าอยู่คนเดียวเรื่องการเรียน นาย A ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
เขาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสตาร์สบูร์ก หนึ่งในสถาบันอันดับต้นๆของฝรั่งเศสได้
ด้วยความที่เป็นคนที่มีวินัยสูง จัดสรรเวลาได้ดี แถมยังมีมันสมองอันปราดเปรื่อง ทำให้เขาเรียนจบปริญญาโท
จากคณะเศรษฐศาสตร์ได้ในวัยแค่ 22 ปีเท่านั้น แถมยังมีความสามารถพิเศษคือพูดได้ถึง 6 ภาษา
ถ้ามองจากความเป็นจริงแล้ว คนที่อัจฉริยะขนาดนี้จะไปขยายต่อธุรกิจของครอบครัว หรือจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ เงินเดือนสูงๆก็ได้ทั้งนั้น
แต่น่าแปลกที่นาย A กลับไม่เลือกหนทางนั้น และเดินหน้าต่อไปกับสิ่งที่เขาฝันไว้แต่แรก นั่นคือ ?นักฟุตบอลอาชีพ?นั่นเอง
เขาพยายามอย่างหนัก ฝึกฝนมากกว่าเดิม และในที่สุดเส้นทางก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรๆ
นาย A ผ่านการทดสอบของทีมฟุตบอลท้องถิ่น เอฟซี มุทซิก และพออายุ 29 ปีในที่สุดเขาก็ได้สังกัดในสโมสรสตาร์สบูร์กที่เขาใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตเสียที
แต่ปัญหาก็คือเวลายิ่งผ่านไป ก็ค้นพบว่าฝีเท้าระดับเขาใช้การไม่ได้กับเกมระดับสูงเลย
การที่ฝึกฝนอย่างครึ่งๆกลางๆตั้งแต่เด็กมันทำให้พื้นฐานในกีฬาลูกหนังของเขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
และในที่สุดสตาร์สบูร์กก็ตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆได้เลย???????????-
นาย A นั่งกลุ้มใจอย่างหนัก ว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตดี
ถึงแม้จะอยากอยู่ในแวดวงฟุตบอล แต่เมื่อความสามารถไม่ถึง แล้วเขาจะเดินตามฝันได้อย่างไร?
จะยอมไปทดสอบฝีมือกับทีมระดับต่ำกว่าดีไหม? อาจจะมีหนทางอีกเฮือกก็ได้นะ
แต่คิดดีๆยังไงเสียพื้นฐานของเขาก็ไม่ได้เก่งฉกาจเหมือนใครๆ ยังไงก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี
หรือว่า ? จะต้องตัดใจกลับไปสานต่อธุรกิจของครอบครัว
แล้วความฝันที่จะสวมเสื้อเลส์ เบลอส์ จะต้องพังทลายไปทั้งอย่างนี้หรือ???????????????
หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงว่า ตัวเองคงจะเอาดีทางการเป็นนักเตะไม่ได้แน่ๆ
จึงถามตัวเองว่า จะมีทางไหนบ้างมั้ยที่จะประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลที่เขาหลงรัก
และในที่สุดก็ค้นพบว่าการเป็นผู้จัดการทีมนี่ล่ะ ที่คิดว่าตัวเขาเองน่าจะทำได้ดี
เขาเป็นคนมีระเบียบวินัย และจัดการเรื่องต่างๆได้ดี มันก็เหมาะเจาะเลยไม่ใช่หรอ
ใช่ ถึงแม้ในฐานะนักเตะอาจจะไม่สามารถติดทีมชาติฝรั่งเศสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้จัดการทีมชาติไม่ได้นี่?
เมื่อมีเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ทันใดนั้นเขาก็เริ่มออกก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
นาย A ไปเรียนต่อที่สถาบันอบรมโค้ชฟุตบอล และเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นเขาก็เรียนจบออกมาด้วยไลเซนส์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
จากนั้นก็ได้รับงานให้คุมทีมเยาวชนของสตาร์สบูร์ก และไม่กี่ปีก็ข้ามไปคุมน็องซี่ และย้ายไปทีมใหญ่อย่างโมนาโกในเวลาต่อมา
????????????????
จากนักฟุตบอลห่วยๆที่ถูกปล่อยตัวฟรีจากสตาร์สบูร์ก ณ เวลานี้ นาย A ถูกยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป
การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เขารู้ระบบกลไก และการจัดองค์ประกอบของทีมได้เป็นอย่างดี
การนำฟันเฟืองแต่ละชิ้นมาต่อกัน เพื่อทำให้ทีมปลดปล่อยศักยภาพได้มากที่สุดในสนาม
การจบเศรษฐศาสตร์ทำให้เขามีแผนการ คิดคำนวณนอกสนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ รู้ว่าทำอะไรจะส่งผลต่อประโยชน์ของสโมสรได้ดีที่สุด
ทุกๆการกระทำ ทุกๆไอเดียของเขา มันลงล็อก และดูจะถูกต้องไปซะทุกอย่างจริงๆ
และมาจนวันนี้เชื่อได้เลย เพียงแค่นาย A เอ่ยปากว่า ต้องการจะคุมทีมชาติฝรั่งเศส
ทางสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจะปลดเรมงด์ โดเมอเน็คออกเพื่อให้เข้าขึ้นกุมบังเหียนแทนที่ทันที
.?????????????????
อ่านถึงตรงนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ว่า นาย A คนนี้หมายถึง Arsene Wengerผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล
ผู้วางระบบโครงสร้าง และรากฐานที่ดีขึ้นมาใหม่ จนทำให้ตอนนี้ทีมเดอะ กันเนอร์ส เป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน
จากความฝันจะเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้ดีว่าตัวเองทำไม่ได้
ก็เลิกยื้อ เลิกฝืน และหันมามองหาความฝันใหม่ๆ ที่ตัวเองมีศักยภาพที่จะทำได้
และก็น่าทึ่ง ที่เขาทำได้ดีมากๆเสียด้วย
ผมขอแสดงความยินดีกับคนที่ไปถึงฝั่งฝันของตัวเองด้วยครับ อยากให้รู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าอิจฉาจริงๆนะครับ
แต่กับคนที่ไปไม่ถึงตรงนั้น
บางทีการที่เราดื้อดึงกับความฝันอย่างหนึ่ง อาจทำให้ปิดกั้นความสามารถจริงๆที่เรามีอยู่ก็ได้
ดังนั้นถ้าฝันไกล แต่ไปไม่ถึง
มันก็ ? ไม่เป็นไร แค่ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง และให้โอกาสตัวเองเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆเพราะบางที?
ตัวคุณอาจจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้นะครับCredit : ฝันไกล?แต่ไปไม่ถึง
อย่าคิดว่าผมเป็นแฟนนอลน่ะครับ ไม่ใช่ครับ เพียงแต่ส่วนตัวก็ศรัทธาในกุนซือคนนี้มาก เขาสร้างชื่อกับอาเซนอล จากที่เคยคุมทีมในเจลีค (ลีคของญีุ่ปุ่น ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น ทีมมารินอส) แล้วก็ได้คุมอาเซนอลเลย เป็นเรื่องที่น่าเซอร์ไพร์สมากๆ เพราะว่าแทบจะไม่มีใครรู้จักเขามาก่อนเลย
วันนี้ขอตัวก่อน เพราะมานั่ง post ช่วงก่อนจะเลิกงานและ สุดท้ายฝากรูป ศิษย์เอกเวงเกอร์ คนปัจจุบัน บ้ายอ change the world


อ่านแล้วเหมือนมีน้ำใสๆมันเจิ่งที่กระเปาะตาเชียวค่ะ
หนูเป็นเด็กผี แต่ก็ชอบสไตล์การคุมทีมของ’เจ๊เวน’แกเหมือนกัน
ลักษณะยามเจ๊แกคุมทีมละม้ายคล้ายคลึงกับนักปราชญ์สมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้เชียวค่ะ
แล้วเจ๊แกยังมีสายตาแหลมคมในการดึงตัวนักเตะมาปลุกปั้น และเสริมทีมในราคาที่ต่ำ แต่มีมูลค่าฝีเท้าสูง
ยิ่งพออ่านทราบประวัติเจ๊แก ยิ่งประทับใจค่ะ
ขอบคุณ คุณพี่ Santa ที่เอาบทความดีๆมาให้อ่านนะคะ
อ่านแล้วชอบมาก แนะนำให้คนที่ยังไม่ได้อ่านลองอ่านดู
ผมก็แฟนน้อลคับ …. เห็นด้วยทุกประการ
ขอบคุณสำหรับเรื่องเราวดีๆครับ
ผมขออนุญาตเจ้าของบล็อกประชาสัมพันธ์เรื่องการบริจากโลหิตหน่อยนะครับ คือผมเพิ่งไปบริจากมาเลยทำให้ได้ความรู้มาอยางนึง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ก็คงจะไม่รู้เช่นกัน ทราบหรือเปล่าครับว่าคนเราที่จริงแล้วมีเลือดส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คือปกติร่างกายเราต้องการเพียง 15-16 แก้ว แต่เรามีมากถึง 17-18 แก้ว นั่นก็คือมีเลือดส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ครับ แล้วส่วนเกินนี้ปกติมันจะไปที่ไหนครับ ก็ถูกขับทิ้งออกมาทางปัสวะนั่นเอง ดังนั้นอย่าให้มันเสียเปล่าเลยครับ ไปบริจากให้คนที่เค้าต้องการดีกว่า ขอขอบคุณท่านเจ้าของบล็อกมากครับ การช่วยเผยแพร่เรื่องราวดีๆก็ถือเป็นบุญกุศลอย่างนึงแล้วครับ
คุณทำได้ดีมากเลยครับ
เป็นยอดฝีมือจริงๆๆเลยนะเนีย