สงครามการซื้อโน้ตบุ้กใหม่ยังไม่จบ !!! เมื่อ Vaio Z ขอท้าชิง

สืบเนื่องจากคราวที่แล้ว ที่มาตั้งถามเรื่องว่าจะซื้อ Macbook Pro 13″ หรือ 15″ ตัวใหม่ Update 04/2010 ตัวไหนดี ก็ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกตัว 15″ ดีกว่า แต่เรื่องมันก็มิได้จบลงง่าย ๆ เพียงเท่านั้น

พี่กอล์ฟ CP31 ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำกับผมเรื่องการซื้อโน้ตบุ้กคราวนี้เป็นอย่างมาก ก็ได้มาเริ่มต้นไซโคว่า “เฮ้ย Macbook Pro 15″ ที่แกจะเอาเนี่ย เปลี่ยนจอให้เป็น Hi-res Antiglare แล้วราคาไปอยู่ที่ 63,x00++ เนี่ย เพิ่มตังค์แล้วไปซื้อ Vaio Z116 ซะเถิด 79,900 เท่านั้น แล้วอย่าหาว่าไม่มีตังค์ซื้อ Vaio Z หละ ถ้าจะเลือกซื้อระดับ MBP 15″ เนี่ย” ที่นี้ก็งานเข้าเลยซิครับ

ก่อนอื่นการจะเปรียบมวยของ Computer สักเครื่อง ก็คงต้องยก Spec มาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ จะ ๆ หมัดต่อหมัดกันซะก่อน งั้นเรามาดูกัน

Macbook Pro 15” Vaio Z116 ความเห็นส่วนตัว
1. CPU Core i5-520M 2.4 GHz (L3-Cache 3 MB) Core i5-540M 2.53 GHz (L3-Cache 3 MB) Vaio Z เฉือนไปนิดนึง
2. Graphic card Intel HD + Geforce GT 330M with 256 MB Intel HD + Geforce GT 330M with 1 GB Vaio Z ก็กินอีกหละ
3. Ram 4 GB 6 GB Vaio Z ชนะเลิศ
4. Harddisk 320 GB 5400 rpm SSD 64 * 2 (Raid 0) ความเร็ว Vaio Z ชนะเลิศ ส่วนความจุ MBP กินขาด
5. Optical Drive Super Drive Super Drive ไม่ค่อยสนใจ
6. Port Magsafe, Ethernet, Mini Display Port, 2 USB, Firewire, SD 3 USB, Ethernet, VGA, HDMI, MMS-SD Slot, Express Card ชื่นชอบ Vaio มากกว่าเนื่องจากไม่ต้องเสียตังค์ซื้อตัวแปลง Mini-Display เป็นอื่น ๆ
7. Display 15.4″ Glossy 1440*900 (Optional : 1680*1050 Antiglare) 13.1″ 1600 * 900 จอใหญ่ไม่ขอพูดถึง แต่ได้มีโอกาสไปลองเล่น 13.1″ กับความละเอียดระดับนี้ ก็ไม่เล็กจนเกินไป
8. Warranty 1 Year World-wide 2 Year Local (1 Year World-wide) ของ MBP ถ้าจะขยายเป็น 3 ปี ต้องเสียตังค์เพิ่มอีก 5900 บาท แต่ถ้าของ Vaio ต่อเพิ่มอีกปีเสีย 1990 บาท
9. Optional - Magic Mouse(2,390 บาท)

- Bag (approx. 1700 บาท)

- Mini Display Port to VGA Adapter (1000 บาท)

- HDD 320 GB หรือ 500 GB (approx. 2500 บาท)

- Laser Mouse (approx. 1500 บาท)

บางอย่างอาจจะยังไม่ซื้อ
10. Price MBP Hires-Antiglare เริ่มที่ 63,608 บาท ++ (รวมทั้งหมด ประมาณ 75000 บาท)

ปล. ราคานี้รูดบัตรบน Apple Store และจ่ายสด ไม่มีผ่อนนะจ๊ะ

เริ่มต้นที่ 79900 บาท ++ (รวมทั้งหมดประมาณ 85000 บาท)

ปล. ราคานี้ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน และมีผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน หรือน้อยกว่านั้นและอาจมี cash back สูงสุด 5%

เงินที่น่าจะต้องจ่ายไปทั้งหมดมันมากกกกกกกกกกกกกกกกจิง ๆ นะ 10000 บาทที่เพิ่มขึ้นมาของ Vaio มันจะคุ้มกว่าหรือไหม ???
11. Battery Life 8-9 hours on Mac OS X 5.5 hours on Windows 7 Mac น่าจะดีกว่าในจุดนี้
12. Weight 2.54 kg 1.38 kg Vaio Z เบากว่า MBP 15″ เกือบครึ่ง !!! น้ำหนักนี้ยังไม่รวม power adapter นะจ๊ะ

จุดประสงค์ในการเลือกซื้อ Notebook ครั้งนี้ยังคงเหมือนเดิม คือเอาไว้ใช้ติดตัวไปทำงาน (ช่วงนี้เดินทางไปทำงานที่กรมที่ดิน เมืองทองธานี) และพัฒนา iPhone Application ในยามว่าง (อนาคตถ้าพอมีทุนกลับมาบ้าง อาจจะเอามาใช้ทำ Android App, ฯลฯ ต่อ)

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะสงสัยว่าทำไมผมถึงจะต้องเลือกซื้อ Notebook hi-end ถึงขนาดนี้และราคาระดับนี้เชียว ทำไมถึงไม่ไปหา notebook ถูก ๆ หรือ netbook มาใช้แทน แล้วเอาตังค์ที่เหลือไปซื้อ iMac หรือ Mac Mini มาตั้งไว้ที่บ้านทำ iPhone App. แทนหละ

ผมคงจะขอตอบดังนี้

1. ความอยากและศรัทธาส่วนตัวในแบรนด์ Apple และ Sony จุดเริ่มต้นมันเกิดจาก MBP ที่จะเอามาทำ iPhone App แต่ทีนี้พอคิดถึงเงินที่ต้องจ่ายมันก็สูงจนไปเฉียดเข้าใกล้ Vaio Z เลยต้องหันมาพิจารณา 2 ตัวนี้แทน

2. เมื่อความอยากได้เกิดขึ้น การจะถอยลงไปหา notebook ระดับกลาง ทำให้เกิดคำตอบในใจว่า งั้นยังไม่ซื้อดีกว่า เดี๋ยวราคาในอนาคตมันต้องลงมาถูกกว่านี้อีกอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะมีของราคาระดับนี้ออกมาอยู่ดี สุดท้ายเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องหันมาเล่นไม่ MBP หรือ Vaio Z อยู่ดี

3. งานที่ทำอยู่ ก็ต้องพึ่งพวก environment ต่าง ๆ ที่กินทรัพยากรและแรม มากพอสมควร อีกทั้งเรื่องการเดินทางที่ไปไกล ๆ ทุกวัน หากลดเรื่องน้ำหนักได้ พวก Notebook ระดับกลางจะไม่ค่อยตอบโจทย์นี้เท่าไร ด้วยขนาดที่จะใหญ่เกินไป (แม้จะเตรียมใจที่จะแบก MBP 15″ แล้วก็ตาม)

4. สุดท้ายคิดว่าคงหนีไม่พ้นที่อาจจะต้องมี Mac mini หรือ iMac มาตั้งไว้ที่ห้องอยู่ดี ไม่ว่าจะซื้อ Notebook ระดับไหนก็ตาม

สุดท้ายก็เลยยังคงต้องปวดหัวกันต่อไปว่าจะซื้อ MBP หรือ Vaio Z ดี ซึ่งในแง่ประสิทธิภาพ แทบจะไม่ค่อยสนใจแล้ว เพราะมันก็ดีทั้งคู่ แต่มันก็ยังมีทั้งความอยากที่จะใช้ Mac ถือ Mac, อยากจะได้ Notebook เบา ๆ, การเซฟงบประมาณในกระเป๋าที่แม้จะเซฟได้สัก 10000 ก็ยังดี อะไรทำนองนี้มันยังคงตีกันในหัวผมอยู่ + แรงไซโคจากพี่กอล์ฟ อีกแรงทำให้ผมไขว้เขว มึนงง สับสนทีเดียว

เลยอยากลองมาถาม ทุก ๆ คนอีกสักรอบว่า ถ้าคุณมีงบประมาณที่พอจะซื้อ 2 ตัวนี้ได้สบาย และจะเอาไปใช้งานตามจุดประสงค์ที่ผมได้ตั้งไว้เหมือนกันเนี่ย คุณจะเลือกตัวไหนเพราะเหตุใด แบ่งเป็น 2 กรณีคือ กรณีแบรนด์ที่ชอบ กับกรณีที่เป็นกลางเรื่องแบรนด์ และพิจารณาตามที่ผมได้ให้ข้อมูลไว้ทั้งหมด

ก็คงเท่านี้ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุก ๆ ความเห็นครับ

make.believe

This entry was posted in All about Apple, Hardware, Mac and tagged , , , . Bookmark the permalink.

14 Responses to สงครามการซื้อโน้ตบุ้กใหม่ยังไม่จบ !!! เมื่อ Vaio Z ขอท้าชิง

  1. Zolo says:

    ถ้ามีตังเยอะมาก ๆ คงเลือก Vaio รวมกับ iMac หวะ ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ
    เพราะเราจะแบก Vaio เพื่อความสบายในการเดินทางและไปไหนมาไหน iMac เพื่อพัฒนา iPhone App
    แต่จริง ๆ แล้วก็อาจจะลง VM เพื่อเล่น OS X ได้อีกอะ (อันนี้คือมีตังจริง ๆ ไง ซื้อได้ทุกอย่าง) คงจะเล่นไม่ได้ครบทุกอย่าง แต่ก็สามารถเอาไปพกพาแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้างอะ น่าจะดีกว่า

  2. Vcxz says:

    เท่าที่อ่านดู ถ้าเหตุผลนี่ Vaio กินขาด แต่ถ้าความรู้สึกถ้าจะอยากได้ Mac มากกว่าสินะ

    มา Defense Vaio อีกซะหน่อยดีกว่า

    เรื่อง HDD ที่ว่า mbp กินขาดความจุเนี่ย
    HDD 320GB 5400rpm ตอนนี้ราคา 1,700 จะมาเทียบกะ SSD 128GB 64GBx2 ราคา 13,000 ได้ยังไง มันไม่ใช่แล้ว อยากได้จุเยอะๆแบบนั้นไปซื้อเพิ่มเอาดิไม่กี่บาทเอง ใส่ hdd เพิ่มอีกลูกก็ได้ตรงช่อง dvd อะ

    ส่วนแบตเนี่ย มันวัดกันคนละ OS ลองเอา Mac OS มารัน Windows ดิ ที่เขาเทสมา
    ตัว core i7 นะ Light Web Browsing & Flash Web Browsing 255 Minutes, XviD Playback 153 Minutes พอๆกับ Vaio นั่นแหละ เผลอๆน้อยกว่าด้วยซ้ำ เพราะมันเลือกใช้การ์ดจอ Intel บน Windows ไม่ได้(ถึงบน Mac ก็เถอะ เลือกใช้แต่ intel ก็ไม่ได้อยู่ดี กินแบตสุดๆ ถ้าเผลอเปิดโปรแกรมที่มันถีบการ์ดจอไว้อะนะ) คำถามก็คืองานที่ทำเป็นหลักก็ทำบน Windows ใช้ไหม รันเมื่อไร แบตมันก็จะเหลือเท่านี้หละ ก็คือพอๆกับ Vaio แต่ Vaio ได้เปรียบกว่าตรงที่ ถอดแบตออกมาได้ ลดน้ำหนักไปได้อีก 0.3kg หรือจะซื้อเพิ่มอีกอันเป็น Spare ก็ได้ ไม่ว่ากัน

    ส่วนความคุ้มค่าในการ Save เงิน 10,000 เนี่ย มันไม่จริง ยังไง SSD เราก็หนีไม่พ้น มันช่างแตกต่างเหลือเกิน เด่วพอไปซื้อ SSD 128GB ก็เกินหมื่นละ ไม่เร็วเท่า 64x2GB Raid0 ของ Vaio อีก ไหนจะแรม 4GB ในหนึ่งแผงนี่ก็ราคาสี่ห้าพันละ , Mac จะต่อออกจอต้องซื้อสายอีกเส้นละพัน ต้องคอยพกเพิ่มอีก แถม Vaio มี Express Card ทำให้รองรับ eSATA กับ USB 3.0 ที่ Mac ไม่มีทางรองรับได้ในอนาคตได้อีก ดังนั้นคิดได้ง่ายๆว่าเงิน 10,000 – 1,000(VGA Output) = 9,000 บาทที่ save ไปนั้นน่ะ เอาไปแลกซื้อ SSD128GB 13,000 + Ram 4GB 4,500 + การรองรับ eSATA, USB3.0 ในอนาคตนั้น อันไหนมันคุ้มค่ากว่ากัน กันแน่

    ปล.เห็นเชียร์แต่ Vaio แต่จริงๆพี่ก็สั่ง MBP 15 HR AG มาอยู่ดี ถ้าสนใจจะลองเอาไปแกะกล่องเล่น ถูกใจก็เอาไปเลย ไม่ถูกใจก็เอามาคืนก็ได้นะ

  3. flamigo says:

    โดยส่วนตัว ณ ตอนนี้นะครับ งบที่ผมมีคือเลือกได้เครื่องใดเครื่องเดียวครับระหว่าง MBP 15″ กะ Vaio Z ครั้นจะเอาไปซื้อ Mac Mini หรือ iMac เพิ่มก็จะไม่มีงบเหลือพอแล้ว มันเลยยังเกิดความกังวลที่ว่า Mac OS X มันจะทำงานได้ดีบนเครื่องของ Mac เองมากกว่า เอาตัวที่เขา hack มามาใช้งานบนเครื่องที่เป็น Windows based รึป่าว ซึ่งถ้าเกิดปัญหาบางอย่างในการใช้งานบน Windows based ผมจะต้องรอพวก community ที่เขาทำพวกนี้เพื่อรอการแก้ปัญหาไหม หรือเขาจะไม่แก้? ทำนองนี้อะครับ (แม่ผมยังถามเลย ซื้อมาแล้วมันใช้ไม่ได้หละ จะทำงัย ?)

    เลยยังฟันธงไม่ได้ 100% ว่าจะไปเอา Vaio Z แน่ ๆ แต่จิง ๆ ในความคิดตอนที่ผมเขียน + ลองอ่าน revise ผมเองยังคิดว่า คนที่มาอ่านจะคิดว่าจริง ๆ แล้วผมอาจจะอยากได้ Vaio Z มากกว่าไปแล้วก็ได้ (เหมือนจะเขียนเชียร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ๕๕๕)

    ปล. แถมมีแอบซ่อนข้อความอะไรบางอย่างอยู่ในบทความอีกต่างหาก

  4. อรุช says:

    กำลังสงสัยว่าตอนทำงานเนี่ย ใช้ Mac แล้วไม่มีปัญหาตอน debug เหรอตอนทำเว็บ เข้าใจว่าแกทำเว็บนะ อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ก็ได้

    ถ้าเอามาทำงานอย่างเดียว ไม่คิดอะไรมาก Vaio คุ้มกว่ามาก จนมากเกินจำเป็นด้วยซ้ำน่ะนะ อาจหาเครื่องสเป็คห่วยกว่านี้ แต่ก็พอเหมาะกับชีวิตได้ในราคาที่ถูกกว่าประมาณ 40k แล้วไปอัด แรมหรือ SSD เอาเองถ้าปรารถนา (Hardware ดีเกินไปก็มีปัญหาตอน Test Performance เหมือนกันนะ)

    เรื่องความจุดิสก์ เดี๋ยวแกก็ต้องซื้อ External อยู่ดี ดังนั้นตัดไปเถอะ

    แต่ถ้ามีเป้าว่า จะเขียน iPhone App ก็ซื้อ Mac ไปเถอะ สบายใจกว่า แต่ถ้าชีวิตขาด Windows ไม่ได้ก็คิดเล่นๆ ว่าควรจะซื้อ License Windows 7 ด้วยนะ กรั่กๆ

    ทั้งนี้ทั้งนั้นมีอีก option ว่าไปซื้อ Mac Mini + Notebook ที่โอเคๆ แล้วอัดแรมเอาจะดีกว่านะเราว่า

    ที่สำคัญท่าหลังนี่ทะยอยผ่อนส่งได้ 555 แต่สุดท้ายแกคงไม่สลับเครื่องไปมาตอนทำงานหรอก ดังนั้น อืม เลือกยาก 555

    ถ้า Mac ใช้ทำงานได้ไม่ติดขัดอะไร ก็เชียร์ Mac ละกัน แต่ถ้าไม่ ก็แล้วแต่แกแหละ กรั่กๆ

  5. flamigo says:

    ขอบคุณมากเลยอรุช ตัดสินใจยากเหมือนกัน แม้เรื่อง Spec มันจะเท่า ๆ กัน แล้วตัวอื่น ๆ จะถูกกว่าเยอะ แต่เรื่องน้ำหนักมันก็เอาเรื่องอยู่นะ ตัวอื่น ๆ ก็จะ 2 โลขึ้นทั้งนั้น ก็ถ้าเลือกได้ได้ตัวที่น้ำหนักเบา ๆ ก็ดีอะ (แต่ก็อาจจะไม่ดีกับเงินในกระเป๋ามากนัก)

    ตอนนี้ถ้าจะซื้อที่น้ำหนัก 2 โลขึ้นคงเลือก Mac 15″ แหละ ไม่อยากแบกหนัก ๆ กับแบรนด์อื่น ๆ แล้วอะ ๕๕๕ (คำตอบไร้สาระนิดนึง คงต้องขออภัย)

    ส่วนเรื่อง Windows 7 License ตอนนี้มีถือไว้อยู่แล้วไม่ห่วงอะ มี License ของ Professional 64 บิตอยู่ด้วย รอเครื่องใหม่แล้วจะได้ใช้เลย (ในกรณีซื้อ Mac)

  6. Vcxz says:

    หลังจากได้ลองใช้ MacBookPro 15 HR AG แล้ว ตัดสินได้ง่ายมากว่าอะไรเทพกว่ากัน

  7. TAP says:

    เป็นความทุกข์ของคนรวยจริงๆ

    ไม่ขอออกความเห็นสองตัวนี้ละกัน ขอนอกเรื่อง

    ส่วนตัวถ้าคิดว่าเป็น requirement และงบประมาณ ของแก จะซื้อ Mac Mini กับ Notebook บางๆเบาๆ พวก Ultra-low voltage เอา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน dev นะ อย่างที่อรุชบอกอัดแรมเอา ไม่รู้แกใช้เครื่องทำอะไรบ้าง แต่ถ้า dev จำเป็นอย่างมากที่ขนาดต้องใช้เครื่องระดับแก คงมี dev บนโลกนี้น้อยลงไปอีกเยอะอะ

  8. flamigo says:

    ขอบคุณมากแท็ป

    คือจริง ๆ เราก็ไม่รวยนะ เพราะว่าจากงบที่ไม่ว่าจะซื้อ Mac 15″ หรือ Vaio Z ก็ตามเนี่ย มันเป็นตัวเงินที่เยอะอยู่มากเลย เราถึงได้ต้องคิด + หาเหตุผล ว่าถ้าซื้อจริง ๆ แล้ว เราจะได้ความสะดวกสบาย + การใช้งานที่เราจะใช้งานมันคุ้มด้วยรึป่าว

    ถึงแม้ว่ามันจะอยากได้ก็ตามที แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกทำใจกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไปไม่ได้อยู่เหมือนกันอะ ออพชั่นอื่น ๆ จึงยังคงอยู่ รวมถึงการไม่ซื้ออะไรเลย แล้วยังใช้โน้ตบุ้กที่ทำงานต่อไป (รอดูอัพเดตของใหม่ ๆ ทั้ง Mac Mini, notebook-ULV, ฯลฯ)

  9. TAP says:

    แซวเล่นๆ 55

    แค่แท็ปคิดว่าส่วนตัวคงไม่ได้มีโอกาสคิด choice แบบนี้ ในชีวิตง่ายๆแน่

  10. flamigo says:

    วันก่อนไปพันธ์ทิพย์ ถามราคา Vaio Z116 มา ราคาลงมา 1 หมื่นหละ เหลืออยู่ที่ 69900 บาท ซึ่งน่าจะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะราคาลงมาระดับเดียวกับถ้าเราจะซื้อ Mac 15″ Hi-res Antiglare display แล้ว ^^

  11. riboflavin says:

    เหลือเชื่อว่ามีคนสนใจโน๊ตบุ้คสองตัวเดียวกับเราเลย
    ตอนนี้ผมกำลังศึกษา เรื่อง SSD ของ vaio z อยู่

    แล้วก็เพิ่มเติมซื้อแม๊คราคานักศึกษาได้นะครับจะถูกลงหน่อย
    http://store.apple.com/th-k12/configure/MC371TH/A?mco=MTc0NzAzOTI
    ที่ผมเล็งคือ
    MBP 15″ ตัวถูกสุด เอาจอ Full HD Glossy (ก็ได้ฟะ) i work แล้วก็เพิ่มประกันเป็นสามปี
    เิบ็ดเสร็จก็ 74293 ครับ

    ลองช่วยๆกันดูนะครับ

    กล้วย

  12. flamigo says:

    แนะนำคุณ riboflavin นะครับ

    MBP 15″ แนะว่าไม่ต้องซื้อประกันเพิ่มจากทาง Online Store ครับ ให้ไปหาซื้อจากในเว็บ OverClockZone ดูครับ เห็นเขาว่าเป็นแบบไม่มีกล่อง ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5900 บาทครับ (ประหยัดได้อีกเกือบ 5000 เลยครับถ้าจะเอา)

    ส่วนเรื่อง SSD ของ Vaio Z ผมไม่แน่ใจว่าเป็นยังงัย แต่คิดว่าต่างจาก SSD ปกติเพราะตัวเครื่องบางมาก แล้วใส่ SSD ตั้ง 2 ตัวเอามาต่อ Raid 0 กัน ซึ่งหากคุณคิดว่าความจุ 128 GB ไม่พอใช้งานก็ให้ถอดเอา DVD Drive ออกแล้วหาซื้อ SATA HDD มาเสียบแทน พร้อมกับหา Bay สักตัวมาปิด ผมว่าก็โอเคนะครับ (ผมว่าจะฝากรุ่นพี่เขาสั่ง Bay มาปิด + External case สำหรับใส่ DVD ที่ถอดออกมาอยู่ครับ เห็นว่าราคารวมกันน่าจะประมาณ 1900 ครับ)

  13. riboflavin says:

    ผมห่วงเรื่อง การใช้งาน SSD ในระยะยาวครับ ว่าประสิทธิภาพมันจะลดลงไปเรื่อยๆ ลองดูนี่ครับ
    http://forum.notebookreview.com/sony/477806-sony-vpc-z11-frequently-asked-questions.html
    คือมันยัง trim (ลบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ไม่ได้) เพราะไอ้ตัว raid controller มันยังไม่ support

    SSD ของ vaio z มัีนเป็นขนาดเฉพาะของมันครับ เอาไอ้ที่ขายทั่วไป (ทั้ง HDD หรือ SSD) มาใ่ส่ไม่ได้ ถ้าจะเอา HDD เพิ่มคงต้องทำแบบที่คุณ flamigo บอก แต่ไม่รู้ืำทำยากมั้ย และ คงหมดประกันด้วย

    ขอบคุณเรื่อง apple care นะครับ เดี๋ยวผมลองไปหาดูก่อน

    กล้วย

  14. flamigo says:

    ตอบคุณ riboflavin ครับ

    ไม่รู้ว่าจะช้าไปรึป่าวนะครับ
    “ผมห่วงเรื่อง การใช้งาน SSD ในระยะยาวครับ ว่าประสิทธิภาพมันจะลดลงไปเรื่อยๆ ลองดูนี่ครับ
    http://forum.notebookreview.com/sony/477806-sony-vpc-z11-frequently-asked-questions.html
    คือมันยัง trim (ลบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ไม่ได้) เพราะไอ้ตัว raid controller มันยังไม่ support”
    จากข้อมูลที่ผมทราบนะครับ การใช้งาน SSD ในระยะยาวที่คุณห่วง มันก็เหมือนกับ HDD จานหมุนปกติทั่วไปหละครับ คือในกรณีของ HDD ทั่วไปเมื่อมีข้อมูลจำนวนมาก ๆ และข้อมูลแตกกระจายไม่รวมเป็นก้อน ก็จะทำให้ HDD ทำงานช้า เพราะต้องเลื่อนหมุนเข็มไปในหลาย ๆ ที่เพื่ออ่านข้อมูลให้ได้ครบถ้วน (จึงต้องมีการทำ Manual Defragmentation) แต่ในกรณีของ SSD จะได้เปรียบกว่าที่ Seek Time นั้นมีค่าคงที่เสมอ แต่ที่จะช้าลง จะเป็นในกรณีของการเขียนข้อมูล เพราะกลไกการทำงานของ SSD จะเป็น Read-Modify-Write ซึ่ง SSD จะต้องหาพื้นที่ว่างให้เจอซะก่อน ก่อนที่จะทำการเขียนได้ แน่นอนถ้าหากมีข้อมูลเยอะ ๆ กระบวนการดังกล่าวก็จะกินเวลานาน

    ทีนี้ก็คงสงสัยว่า แล้ว SSD มันไม่รู้ตัวมันเองเหรอว่าพื้นที่ไหนว่างหรือไม่ว่าง เพราะในกระบวนการลบไฟล์จริง ๆ แล้วเราแค่ทำการลบ Index หรือลบการอ้างถึงไฟล์ทิ้งออกไปเท่านั้น และด้วย Structure ของ SSD ที่ไม่เหมือน HDD จานหมุน ทำให้ไม่สามารถระบุลงไปยัง Structure ของ SSD ได้ว่าตรงไหนว่างหรือไม่ว่าง

    เลยเกิดการพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาที่ว่าแล้วจะทำอย่างไรให้ SSD รู้ว่าตรงไหนว่างขึ้นมา ชื่อว่า Garbage Collector ที่เหมือนกับใน Java โดยในยามที่ SSD อยู่ในสถานะ Idle มันก็จะไล่เช็กตัวเองว่ามีจุดไหนว่างและพร้อมจะเขียน ก็จะปักธงเอาไว้ เพื่อให้การเขียนข้อมูลในครั้งถัดไปสามารถทำได้ทันที

    แล้วถ้า SSD ไม่ Idle เลยหละจะทำอย่างไร ก็เลยเกิดเป็น Trim ขึ้นมา ซึ่ง Trim อย่างที่ทราบดีก็คือยังไม่รองรับการ Trim ใน Raid Mode ด้วยโครงสร้างของ Raid Mode ที่มีความซับซ้อนมาก และข้อจำกัดของ Trim นั้นยังต้องการการประสานงานทั้ง Driver, Firmware และ OS เพื่อให้สามารถทำงานได้ ซึ่งตอนนี้ Windows 7 ก็ Support Trim แล้ว แต่ใน Mac OS X ยังไม่รองรับ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ ขอแค่มีการอัพเดต Firmware ใหม่ ๆ ให้กับ SSD การทำ Trim กับ SSD ที่ต่อ Raid ก็จะใช้งานได้บน Windows 7

    ทีนี้ถ้าขาด Trim แล้วจะตายไหม ก็พบว่าไม่ตาย เพราะในความจริงแล้ว SSD จะใช้เวลาในการทำ garbage collector ในกรณีที่เรามีข้อมูลจนเกือบเต็มความจุ แค่ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ไม่ได้ต้องรอกันเป็นชาติจนกว่ามันจะทำเสร็จ ดังนั้นใช้ SSD แม้จะขาด Trim ก็ไม่ถึงกับขาดใจครับ

    ส่วนเรื่องการเอา HDD มาต่อเพิ่มอีกลูกแทนช่อง DVD นั้น แล้วกลัวว่าจะทำให้ตัวเครื่องหลุดประกัน ก็ไม่ต้องกังวลมากนักเพราะมีรุ่นพี่คนหนึ่งในบริษัท ส่ง Vaio ไปซ่อม Keyboard ที่เสีย ก็ยังอยู่ในประกันและซ่อมได้อยู่ แม้ว่าเครื่อง Vaio นั้นจะถูกเปลี่ยนนู้นเปลี่ยนนี้ไปบ้างในขณะที่ใช้งานอยู่ แต่ตอนส่งซ่อมก็ควรทำให้ตัวเครื่องกลับมาอยู่ในสภาพเดิมก่อนก็พอครับ (ร้านที่ผมไปถามที่ Digital Gateway ก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ อยากทำอะไรทำโลด ตอนส่งซ่อมขอแค่ให้เหมือนตอนที่ซื้อมาก็พอ)

    กับความยากผมว่าจะยุ่งแค่หาชิ้นส่วนเพื่อมาปิดแทนส่วนที่เอาออกครับ เช่นเอา DVD ออกแล้วเอา HDD มาใส่เราก็ต้องหาที่ปิดส่วนนั้นให้มิด แล้วก็หา Bay ของ DVD มาใส่หากต้องการใช้ DVD เป็น External แทน ซึ่งชิ้นส่วนพวกนี้ก็จะมีขนาดเล็กกว่าปกติครับ แต่ก็พอจะหาขนาดใกล้เคียงได้ที่มีคนทำขายใน ebay อยู่ครับ

    ซึ่งตอนนี้ผมก็ตัดสินใจแล้วครับที่จะซื้อ Vaio Z116 ซึ่งคาดว่าจะไปซื้อสุดสัปดาห์นี้ และจะเปลี่ยนเอา DVD ออกแล้วใส่ HDD 500GB 5400rpm แทน เพราะผมคิดว่าการใช้ external hdd มันจะทำงานได้ช้ากว่าการต่อ HDD เข้ากับช่อง SATA2 มากกกกกกทีเดียวครับ + ผมไม่อยากแบกอุปกรณ์ไปทำงานแยกเพิ่มอีกชิ้นด้วยครับ ^^ แล้วไว้จะมารีวิวให้อ่านอีกครั้งครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>