Archive by Author

Review: Mac Mini (Mid 2011)

20 Aug

สวัสดีครับ หลังจากได้ลองใช้งาน Mac Mini มาสักพัก ก็ขอเขียนรีวิวสักหน่อยครับ เผื่อใครกำลังวางแผนที่จะซื้อ อาจจะใช้ช่วยตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยครับ

Specification

มาดู ​Spec กันก่อน Mac Mini ตัวที่ผมใช้อยู่นั้นเป็นตัวเล็กสุดของรุ่น Mid 2011 ครับ มี Spec ที่สำคัญ ๆ ดังนี้

1. 2.3 GHz. Core i5 (Sandy bridge)

2. 2 GB Ram (1 GB *2) pre-installed (ผมไปซื้อแรม 4 GB * 2 มาเปลี่ยนเองตอนหลัง)

3. Intel HD Graphics 3000 (หน้าเว็บบอกใช้แรม share 288 MB แต่จาก system info. บอกว่ามี total ทั้งหมด 512 MB)

4. HDD ขนาด 500 GB

5. ช่องต่อที่สำคัญ HDMI*1, Thunderbolt*1, USB*4, FireWire*1, Ethernat Lan*1, SD Card Slot, Audio in/out

6. มีลำโพงในตัว!!!

7. OSX Lion pre-installed

เนื่องจากเจ้า Mac mini ที่มาในกล่อง จะมาพร้อมกับ สายไฟ และหัวแปลง HDMI เป็น DVI เท่านั้น ทำให้เกิดภาระสำหรับผู้ซื้อเพิ่มเติม ในการจะต้องหา หน้าจอ, คีย์บอร์ดและเมาส์เพิ่มเติมเอาเอง (แต่ผมเองมีจอ LCD Monitor ไว้ใช้งานอยู่แล้ว ก็เลยประหยัดไปได้อีกนิดนึง)

การใช้งาน

การเปิด/ปิด  sleep/wake สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เร็วกว่า Windows มาก

การใช้งานทั่วไป Mac Mini สามารถทำงานได้รวดเร็วดี ไม่มีอาการติดขัด การกระตุกของการแสดงผล หรือช้าจากการเปิดโปรแกรมจนเห็นได้ชัด แม้ว่า Spec ที่มีจะเป็น HDD แบบปกติและการ์ดจอเป็นแบบ on-board ก็ตาม

ปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องแรมที่ผมได้ใส่เพิ่มจากที่แต่เดิมมีมาให้ 2GB เป็น 8GB

ในกรณีปกติ แรมที่มีอยู่ 2GB นั้นจัดได้ว่าน้อยมาก เนื่องจากจะต้องถูกแบ่งไปให้ส่วนของ HD Graphics 3000 นำไปใช่้งานขั้นต่ำที่ 288 MB สูงสุดไม่น่าเกิน 512 MB ตามที่ใน System Info ระบุ ก็จะทำให้เหลือใช้งานของระบบและ Application ต่าง ๆ แค่ประมาณ 1.5 GB เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น ขณะที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ ผมเปิดใช้งาน Safari, Twitter, Adium, Activity Monitor และ System Information ค้างเอาไว้ ก็ใช้แรมไปแล้วถึง 2.55 GB และแน่นอน ส่วนต่าง 1 GB ที่เกินมา หากผมมีแรมแค่ 2 GB เท่าที่ได้มาตอนแรก มันจะเกิดการ Swap Memory ไปไว้ยัง Harddisk เป็นจำนวนมาก และความช้าในการใช้งานก็จะเกิดขึ้นทันทีแน่นอน

ประเด็นถัดมาที่ได้ลองทดสอบคือการลองเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด 1080p ซึ่งผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะยังสงสัยอยู่ว่าเจ้าการ์ดจอ Intek HD Graphics 3000 เนี่ย มันจะรับมือได้ไหม โดยผมได้ทดลองเล่นวิดีโอบน youtube ไฟล์นี้

มากกว่ารัก โรส covered by #iHear feat. @panraphee & @Kitti3Miti

ผลที่ได้คือสามารถเล่น Video ได้อย่างลื่นไหลเลยครับ ไม่มีอาการกระตุก และเสียงที่ได้จาก built-in speaker ก็ค่อนข้างมีคุณภาพ ดังชัดเจนดีทีเดียวครับ (ตรงนี้การใช้งานแรมมีการขยับเพิ่มขึ้นมาอีก จากเดิมเมื่อสักครู่ 2.55 GB เป็น 2.83 GB ครับ)

ขอแสดงรูปการใช้งาน บนหน้าจอความละเอียด 1080p ไว้เป็นตัวอย่างครับ

หน้าจอการใช้งานปกติ

 

 

 

 

 

 

 

สรุป

Mac Mini(Mid 2011) มาด้วย Spec ที่ไม่สูงมากแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่ว ๆ ไป เช่น เขียนโค้ด, ดูหนัง (ได้ถึง 1080p), ฟังเพลง, เล่นเกมเบา ๆ แนว casual ได้อย่างสบาย เหมาะสำหรับที่จะเป็น Mac เครื่องแรก หากไม่ต้องการจะเสียเงินในหลัก 30k (ยิ่งมีจอมอนิเตอร์, คีย์บอร์ดและเมาส์อยู่ด้วยแล้วจะยิ่งประหยัดได้มาก) และด้วยน้ำหนักเพียง 1.22 Kg. ทำให้คุณสามารถพกพาไปทำงานได้อย่างสบายได้อีกด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องมีชุดจอมอนิเตอร์ คีย์บอร์ดและเมาส์พร้อมอยู่ที่บริษัทคุณแล้วนะ

ข้อเสียคือไม่มี DVD Drive ก็อาจจะทำให้คุณดูหนังแผ่นลำบากขึ้นนิดนึง และจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายแอบแฝงต่าง ๆ อีกมาก เพราะ Apple ให้แต่ตัว Mac Mini มาเครื่องเดียวเท่านั้น ที่เหลือคุณไปซื้อเอาเอง รวมถึงแรมที่แนะนำว่า “ต้องซื้อมาเพิ่ม” ครับ

 

หากมีข้อสงสัยด้านการใช้งาน หรืออยากให้ทดสอบเรื่องอะไรเป็นพิเศษก็แจ้งเข้ามาได้นะครับ ไว้จะหาโอกาสรีวิวเจ้า OSX Lion กันต่อ ยังมีเรื่องอีกเยอะให้เล่าให้เขียนได้อยู่ครับ :)

สงครามการซื้อโน้ตบุ้กใหม่ยังไม่จบ !!! เมื่อ Vaio Z ขอท้าชิง

26 Apr

สืบเนื่องจากคราวที่แล้ว ที่มาตั้งถามเรื่องว่าจะซื้อ Macbook Pro 13″ หรือ 15″ ตัวใหม่ Update 04/2010 ตัวไหนดี ก็ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกตัว 15″ ดีกว่า แต่เรื่องมันก็มิได้จบลงง่าย ๆ เพียงเท่านั้น

พี่กอล์ฟ CP31 ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำกับผมเรื่องการซื้อโน้ตบุ้กคราวนี้เป็นอย่างมาก ก็ได้มาเริ่มต้นไซโคว่า “เฮ้ย Macbook Pro 15″ ที่แกจะเอาเนี่ย เปลี่ยนจอให้เป็น Hi-res Antiglare แล้วราคาไปอยู่ที่ 63,x00++ เนี่ย เพิ่มตังค์แล้วไปซื้อ Vaio Z116 ซะเถิด 79,900 เท่านั้น แล้วอย่าหาว่าไม่มีตังค์ซื้อ Vaio Z หละ ถ้าจะเลือกซื้อระดับ MBP 15″ เนี่ย” ที่นี้ก็งานเข้าเลยซิครับ

ก่อนอื่นการจะเปรียบมวยของ Computer สักเครื่อง ก็คงต้องยก Spec มาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ จะ ๆ หมัดต่อหมัดกันซะก่อน งั้นเรามาดูกัน

Macbook Pro 15” Vaio Z116 ความเห็นส่วนตัว
1. CPU Core i5-520M 2.4 GHz (L3-Cache 3 MB) Core i5-540M 2.53 GHz (L3-Cache 3 MB) Vaio Z เฉือนไปนิดนึง
2. Graphic card Intel HD + Geforce GT 330M with 256 MB Intel HD + Geforce GT 330M with 1 GB Vaio Z ก็กินอีกหละ
3. Ram 4 GB 6 GB Vaio Z ชนะเลิศ
4. Harddisk 320 GB 5400 rpm SSD 64 * 2 (Raid 0) ความเร็ว Vaio Z ชนะเลิศ ส่วนความจุ MBP กินขาด
5. Optical Drive Super Drive Super Drive ไม่ค่อยสนใจ
6. Port Magsafe, Ethernet, Mini Display Port, 2 USB, Firewire, SD 3 USB, Ethernet, VGA, HDMI, MMS-SD Slot, Express Card ชื่นชอบ Vaio มากกว่าเนื่องจากไม่ต้องเสียตังค์ซื้อตัวแปลง Mini-Display เป็นอื่น ๆ
7. Display 15.4″ Glossy 1440*900 (Optional : 1680*1050 Antiglare) 13.1″ 1600 * 900 จอใหญ่ไม่ขอพูดถึง แต่ได้มีโอกาสไปลองเล่น 13.1″ กับความละเอียดระดับนี้ ก็ไม่เล็กจนเกินไป
8. Warranty 1 Year World-wide 2 Year Local (1 Year World-wide) ของ MBP ถ้าจะขยายเป็น 3 ปี ต้องเสียตังค์เพิ่มอีก 5900 บาท แต่ถ้าของ Vaio ต่อเพิ่มอีกปีเสีย 1990 บาท
9. Optional - Magic Mouse(2,390 บาท)

- Bag (approx. 1700 บาท)

- Mini Display Port to VGA Adapter (1000 บาท)

- HDD 320 GB หรือ 500 GB (approx. 2500 บาท)

- Laser Mouse (approx. 1500 บาท)

บางอย่างอาจจะยังไม่ซื้อ
10. Price MBP Hires-Antiglare เริ่มที่ 63,608 บาท ++ (รวมทั้งหมด ประมาณ 75000 บาท)

ปล. ราคานี้รูดบัตรบน Apple Store และจ่ายสด ไม่มีผ่อนนะจ๊ะ

เริ่มต้นที่ 79900 บาท ++ (รวมทั้งหมดประมาณ 85000 บาท)

ปล. ราคานี้ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน และมีผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน หรือน้อยกว่านั้นและอาจมี cash back สูงสุด 5%

เงินที่น่าจะต้องจ่ายไปทั้งหมดมันมากกกกกกกกกกกกกกกกจิง ๆ นะ 10000 บาทที่เพิ่มขึ้นมาของ Vaio มันจะคุ้มกว่าหรือไหม ???
11. Battery Life 8-9 hours on Mac OS X 5.5 hours on Windows 7 Mac น่าจะดีกว่าในจุดนี้
12. Weight 2.54 kg 1.38 kg Vaio Z เบากว่า MBP 15″ เกือบครึ่ง !!! น้ำหนักนี้ยังไม่รวม power adapter นะจ๊ะ

จุดประสงค์ในการเลือกซื้อ Notebook ครั้งนี้ยังคงเหมือนเดิม คือเอาไว้ใช้ติดตัวไปทำงาน (ช่วงนี้เดินทางไปทำงานที่กรมที่ดิน เมืองทองธานี) และพัฒนา iPhone Application ในยามว่าง (อนาคตถ้าพอมีทุนกลับมาบ้าง อาจจะเอามาใช้ทำ Android App, ฯลฯ ต่อ)

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะสงสัยว่าทำไมผมถึงจะต้องเลือกซื้อ Notebook hi-end ถึงขนาดนี้และราคาระดับนี้เชียว ทำไมถึงไม่ไปหา notebook ถูก ๆ หรือ netbook มาใช้แทน แล้วเอาตังค์ที่เหลือไปซื้อ iMac หรือ Mac Mini มาตั้งไว้ที่บ้านทำ iPhone App. แทนหละ

ผมคงจะขอตอบดังนี้

1. ความอยากและศรัทธาส่วนตัวในแบรนด์ Apple และ Sony จุดเริ่มต้นมันเกิดจาก MBP ที่จะเอามาทำ iPhone App แต่ทีนี้พอคิดถึงเงินที่ต้องจ่ายมันก็สูงจนไปเฉียดเข้าใกล้ Vaio Z เลยต้องหันมาพิจารณา 2 ตัวนี้แทน

2. เมื่อความอยากได้เกิดขึ้น การจะถอยลงไปหา notebook ระดับกลาง ทำให้เกิดคำตอบในใจว่า งั้นยังไม่ซื้อดีกว่า เดี๋ยวราคาในอนาคตมันต้องลงมาถูกกว่านี้อีกอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะมีของราคาระดับนี้ออกมาอยู่ดี สุดท้ายเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องหันมาเล่นไม่ MBP หรือ Vaio Z อยู่ดี

3. งานที่ทำอยู่ ก็ต้องพึ่งพวก environment ต่าง ๆ ที่กินทรัพยากรและแรม มากพอสมควร อีกทั้งเรื่องการเดินทางที่ไปไกล ๆ ทุกวัน หากลดเรื่องน้ำหนักได้ พวก Notebook ระดับกลางจะไม่ค่อยตอบโจทย์นี้เท่าไร ด้วยขนาดที่จะใหญ่เกินไป (แม้จะเตรียมใจที่จะแบก MBP 15″ แล้วก็ตาม)

4. สุดท้ายคิดว่าคงหนีไม่พ้นที่อาจจะต้องมี Mac mini หรือ iMac มาตั้งไว้ที่ห้องอยู่ดี ไม่ว่าจะซื้อ Notebook ระดับไหนก็ตาม

สุดท้ายก็เลยยังคงต้องปวดหัวกันต่อไปว่าจะซื้อ MBP หรือ Vaio Z ดี ซึ่งในแง่ประสิทธิภาพ แทบจะไม่ค่อยสนใจแล้ว เพราะมันก็ดีทั้งคู่ แต่มันก็ยังมีทั้งความอยากที่จะใช้ Mac ถือ Mac, อยากจะได้ Notebook เบา ๆ, การเซฟงบประมาณในกระเป๋าที่แม้จะเซฟได้สัก 10000 ก็ยังดี อะไรทำนองนี้มันยังคงตีกันในหัวผมอยู่ + แรงไซโคจากพี่กอล์ฟ อีกแรงทำให้ผมไขว้เขว มึนงง สับสนทีเดียว

เลยอยากลองมาถาม ทุก ๆ คนอีกสักรอบว่า ถ้าคุณมีงบประมาณที่พอจะซื้อ 2 ตัวนี้ได้สบาย และจะเอาไปใช้งานตามจุดประสงค์ที่ผมได้ตั้งไว้เหมือนกันเนี่ย คุณจะเลือกตัวไหนเพราะเหตุใด แบ่งเป็น 2 กรณีคือ กรณีแบรนด์ที่ชอบ กับกรณีที่เป็นกลางเรื่องแบรนด์ และพิจารณาตามที่ผมได้ให้ข้อมูลไว้ทั้งหมด

ก็คงเท่านี้ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุก ๆ ความเห็นครับ

make.believe

ผมจะซื้อ Macbook Pro 13″ หรือ 15″ ดี ???

19 Apr

สวัสดีอีกครั้งครับ วันนี้ ไม่ซิ จริง ๆ ก็หลายวันแล้วนะ ที่คำถามที่ว่า “Macbook Pro 13″ กะ 15″ ผมจะซื้อตัวไหนดี?” ได้วนเวียนเข้าและออกจากกระบวนการคิดในสมองของผมวันละหลายรอบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้เหมือน ๆ กันคือ ยังตัดสินใจไม่ได้แหะ ซึ่งวันนี้ (วันนี้จริง ๆ แล้วนะ) ผมเลยคิดว่าไอ้การที่จะเอามานั่งคิด นอนคิด ยืนจินตนาการ ว่ายน้ำก็ยังคิด ไปคนเดียว ก็คงไม่ได้คำตอบสักที เลยต้องหาเครื่องมือบางอย่างมาช่วยคิด และขอความเห็นอันมีค่ายิ่งของคนที่จะได้มาอ่านสิ่งที่ผมกำลังจะเริ่มเขียนต่อจากนี้

ผมตั้งใจจะมาลิสต์ข้อดีและข้อเสีย รวมถึงตั้งคำถามบางอย่างเผื่อให้ผู้อ่านบล๊อกนี้ได้ร่วมแสดงความเห็นและตอบคำถามที่ท่านทราบ ซึ่งก่อนที่ผมจะลงไปถึงตรงนั้นผมอยากจะบอกถึงที่มาของผมเสียก่อนว่าทำไม ผมถึงเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook เครื่องที่ 2 ในชีวิตของผม และเครื่องแรกจากเงินของผมเองทั้งหมด โดยที่หวยถึงไปตกยัง Macbook Pro ได้

ถ้าจะเล่าจริง ๆ ก็ต้องย้อนไปถึงตั้งแต่ปี 2 เลยหละมั้ง ที่เห็นมีคนใช้ Macbook Pro ในภาควิชาคอมพิวเตอร์ ทันใดนั้นก็รู้สึกมีความอยากที่จะได้มาใช้บ้าง เพราะความเท่ห์ + มี OS ที่ไม่เคยใช้มาก่อนเลยแหะ น่าเล่นวะ แต่ด้วยเหตุผลที่ตอนปี 1 ผมพึ่งได้ Notebook เครื่องแรกมา ก็เลยต้องรอต่อไปพร้อมกับเก็บความอยากเล่นไว้ในใจลึก ๆ (ขนาดนั้น)

มาเมื่อปีที่แล้ว (นี้แกตัดยาวหายไปหลายปีเลยนะเนี่ย) ผมก็ได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ Apple ชิ้นแรก ฉลองชีวิตการเริ่มต้นทำงานด้วย iPhone 3G เลยทำให้เริ่มมีความคิดที่จะอยากได้ Macbook กำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะจิตวิญญาณและเลือดของ Programmer ที่อยู่ในตัว (เขียนเป็นแต่ Java, PHP) ทำให้อยากโดดไปร่วมพัฒนา iPhone App กะเขาเหมือนกัน แล้วทีนี้จะทำยังงัยหละเมื่อ Dev. Kit. ของ iPhone มันต้องรันบน Mac OS X ด้วย จะซื้อ Macbook เหรอ ? เงินหละ ? จะใช้โน้ตบุ้กบริษัทเหรอ ? มันอาจจะลง OS X ได้นะ แต่มันจะใช้ได้สมบูรณ์เหรอ ? หา Driver ก็ยากนะ สารพัดคำถามประดังเข้ามาสุดท้ายเลยคิดว่า งั้นรออีกสักพักหละกัน เก็บตังค์ไว้ซื้อ Mac เลยดีกว่า แล้วก็รอกันไป

มาถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ปริมาณผู้ใช้ iPhone ภายในบริษัทก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนวงสนทนาเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับ iPhone การพัฒนา iPhone App มากขึ้น จนในที่สุดความอยาก + โดนเป่าหูมาก ๆ เข้า เลยคิดว่าคงจะได้ฤกษ์ซื้อ Macbook ได้หละ เงินก็มีพร้อมหละ ก็เลยมาดูแล้วเทคโนโลยีหละเป็นงัยบ้าง ? ก็พบว่า เฮ้ย!!! CPU ของ Intel มัน Core i สักพักแล้วนี้หว่า งั้นรอ Macbook Pro มันอัพเดตตัวใหม่ให้เป็น Core i แล้วค่อยสอยดีกว่า

เหมือนฟ้าจะรู้ หรือศาสดาจ๊อบจะได้ยินเสียงเรียกร้องจากสาวกชาว Apple ทั่วโลกก็มิทราบได้ ไม่ทันไรวันที่ 12 เมษาที่ผ่านมา (ใช่ปะ ?) Macbook Pro ก็มีการอัพเดต Spec ใหม่เป็น Core i5 และ i7 ใน Macbook Pro เวอร์ชัน 15″ กะ 17″ แต่ก็ดันทิ้งติ่ง และปัญหาให้ผมอีก เพราะตัว 13″ ดันใช้ Core 2 Duo ตัวเก่าซะงั้นไป เลยทำให้ต้องเกิดบล๊อกนี้ขึ้นมาจนได้

สรุปที่ผมจะซื้อ Macbook Pro เพราะคิดว่าจะเอามาใช้เขียนโค้ด และทำ iPhone App เป็นหลัก และอีกจุดประสงค์หนึ่งคือ คงเอามานั่งเล่น Unix เพลิน ๆ เพราะลืมสิ่งที่เรียนมาไปเกือบจะหมดสิ้นหละ จำได้แต่ ls, cat, chmod, whois, vi (แต่ใช้ไม่เป็นแล้วนะ), และอื่น ๆ อีกเล็กน้อย

เอาหละ งั้นผมจะขอเริ่มลิสต์ถึงข้อดีและข้อเสียของ Macbook Pro 13″ กะ 15″ เลยหละกันครับ บาง Feature ที่คล้าย ๆ กันและไม่เป็นปัญหาในการตัดสินใจสำหรับผม ผมจะไม่เขียนนะครับ

ข้อดี Macbook Pro 13″

- เบาสุดหละ 2 กิโล เล็กและพกพาสะดวก

- การ์ดจอมีตัวเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องสลับไปมา

- ค่าประกัน Apple care ถูกกว่าตัว 15″ อยู่ 3000 ได้

- ถูกกว่าตัว 15″

ข้อเสีย Macbook Pro 13″

- CPU ใช้ตัวเก่าอะ ไม่มี Hyper Treading ด้วย

- ความจุ HDD น้อยไปหน่อย ต้องเสียตังค์เพิ่มเพื่ออัพความจุ

- ขนาดจอเล็ก อะไร ๆ ก็เล็กตาม (เด๋วขอไปพิสูจน์ก่อน)

ข้อดี Macbook Pro 15″

- CPU ใช้ Core i5 มาพร้อม Hyper Threading, Turbo Boost, Intel HD Graphics

- มีการ์ดจอเสริมอีกตัวเพิ่มความเมพ

- ซื้อแล้วคงไม่ต้องเปลี่ยนใหม่อีกนานพอดู

ข้อเสีย Macbook Pro 15″

- น้ำหนักที่หนักมากกกก 2.5 กิโลเลย นอกจากหนักแล้วยังใหญ่อีกด้วย

- แพงกว่าตัว 13″ อยู่ 20000 เลยทีเดียว

- Apple Care ก็แพงกว่า

ซึ่งถ้าหากพิจารณาตามหลักเหตุผลแล้ว ผมคิดว่าถ้าจะซื้อ 13″ ก็เพราะมันถูกกว่า เบากว่า และมีความคิดว่าใช้เขียน Code, เล่น Unix, ทำ iPhone App ใช้แค่ Spec ระดับนี้ก็น่าจะโอหละ ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าผมจะซื้อ 15″ ก็เพราะประสิทธิภาพมันเมพมาก และถ้าซื้อมาแล้วก็ไม่ต้องเปลี่ยนอีกนานเลย แต่ก็ต้องทนแบกไปใช้ทำงานหน่อยนะ เลยคิดต่อไปอีกหน่อยก็พบว่าถ้าจะซื้อ 15″ จริง ๆ ควรจะมีรถด้วยจะเท่ห์มาก มีทั้งรถ มีทั้ง MBP 15″ เมพ ๆ สาวติดตรึมแน่ ซึ่งไม่มีงบ

ผมจึงยังมิอาจจะฟันธงได้ ณ จุดนี้ว่าจะซื้อตัวไหนดี (ทั้ง ๆ ที่เหตุผลในย่อหน้าที่แล้วก็ดูเหมือนจะเลือกได้แล้ว แต่เรื่องประสิทธิภาพเมพ + เวลาที่รอคอย Core i มันยังฉุดรั้งผมเอาไว้อยู่) ผมเลยตั้งคำถามบางอย่างเพิ่มเติม + อยากลองจับ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนฟันธงอีกทีดังนี้

- ประเด็นเรื่องน้ำหนัก ผมคงต้องลองไปถือตัวจริงที่ร้าน iStudio ดูก่อนว่าความรู้สึกมันจะเป็นอย่างไร ในระยะยาวจะส่งผลอย่างไร

- การซื้อควรที่จะไปซื้อที่ iStudio ดี หรือสั่งซื้อ Online Store (อยากได้ความจุ HDD เพิ่มเป็น 500 GB) และถ้าสั่งซื้อผ่าน Online Store ผมจะไปเลือกสั่งผ่าน Education Online Store ได้ไหม เพราะราคาเครื่องถูกกว่า และยังได้ลดค่า Software iWork และค่า Apple Care ขยายประกันเป็น 3 ปี ซึ่งทำให้ผมประหยัดขึ้นได้อีกหลายพันเลยทีเดียว หรือ iStudio เคยมีโปรโมชันอะไรให้คนซื้อ MBP ไหม (คิดว่าน่าจะไม่)

- การพัฒนา iPhone App. มันกินทรัพยากรขนาดไหน Spec ของตัว 13″ โอไหม

- Accessory อย่าง Magic Mouse มีความจำเป็นขนาดไหน หรือใช้เมาส์ปกติสามัญก็ดีอยู่แล้ว (เท่ห์น้อยลง แต่ประหยัด)

- ตัว 15″ มีฟังก์ชันการสลับการใช้งานการ์ดจอให้ตามความเหมาะสม เพื่อประหยัดพลังงานและทำให้ใช้งานได้นานขึ้น(รึป่าว?) แล้วถ้าผมใช้ Boot Camp ลง Windows 7 ความสามารถนี้จะยังอยู่ไหม เมื่อผมเลือกใช้ Windows 7 แทน Mac OS X

น่าจะหมดแล้วมั้ง ก็ประมาณนี้ ท่านใดได้อ่านแล้ว อยากแสดงความเห็น ก็ยินดีน้อมรับนะครับ หรืออยากจะช่วยตอบคำถามบางข้อที่ตอบได้ ก็จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยครับ

จะซื้อ PSP ต้องดูอะไรบ้าง???

7 Jun

สืบเนื่องจากคอมเม้น ของโพสเก่าของกระผมตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่มีท่านหนึ่งมาสอบถามถึงการเลือกซื้อเครื่อง PSP ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ก็เลยถือโอกาสหยิบมาเป็นบทความแรกที่จะเขียน ในการกลับมาครั้งนี้หละกันครับ ^^

PSP หรือ PlayStation Portable นั้นเป็นเครื่องเกมมือถือในยุคปัจจุบันที่เป็นคู่แข่งในการขับเขี่ยวกับ Nintendo DS ซึ่งในตลาดเกมมือถือประมาณ 20 ปีที่ผ่านมานั้น Nintendo เป็นเจ้าของตลาดมาอย่างยาวนาน

ในการท้าชิงครั้งนี้ Sony จึงได้ทำการออกแบบให้ PSP นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการให้เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถพกพาความบันเทิงในหลายรูปแบบทั้ง เกม, เพลง, หนัง, การท่องอินเตอร์เนต ติดตัวไปได้ตลอดไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม

PSP เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม ปี 2004 ที่ประเทศญี่ปุ่น และนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ PSP ก็มีการวางจำหน่ายออกมาแล้วถึง 3 รุ่นด้วยกัน โดยจะเรียกกันตามรหัสว่า PSP-1000, PSP-2000 และ PSP-3000 ที่วางขายทั่วไปในปัจจุบัน

ก็เกริ่นมาพอคร่าว ๆ ถึงประวัติความเป็นมาแล้วนะครับ ที่นี้ก็มาเข้าประเด็นของเรากันดีกว่าครับ

1. Hardware ตัวเครื่องมี 3 รุ่นอย่างที่กล่าวมาครับ ผมจะบอกลักษณะคร่าว ๆ ที่สังเกตให้ง่าย ๆ นะครับ
- PSP-1000 จะเป็นเครื่องรุ่นแรก และมีความหนาหรือบึกของเครื่องมากที่สุด โดยสังเกตง่าย ๆ ที่เวลาจับส่วนของด้านหลังทั้ง 2 ข้างที่ขนาบวงแหวน และโลโก้ PSP จะนูนเด่นเป็นสง่าออกมา และน้ำหนักของตัวเครื่องที่หนักมาก ถือเล่นประมาณ 2 ชม.ต่อเนื่องคงจะเหมื่อยหนักพอดู
- PSP-2000 ชื่อรุ่นนี้มีชื่อว่า Slim & Lite ก็สมชื่อครับ เครื่องเบา และบางลงกว่ารุ่นแรกครับ จุดนูนด้านหลังเครื่องก็จะกลายเป็นแบนเรียบเท่ากันทั้งตัวเครื่องครับ
- PSP-3000 ตัวนี้ถ้าดูหยาบ ๆ จะคล้ายกับ PSP-2000 เกือบทั้งหมด แต่จะมีจุดต่างที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือปุ่ม Home ใน PSP-1000 และ 2000 จะถูกเปลี่ยนเป็นโลโก้ PlayStation แทน และวงแหวนด้านหลังเครื่องที่หนาเตอะในเวอร์ชันเก่าก็จะเหลือเป็นวงแหวนเล็ก ๆ ขนาดย่อมเยาแทนครับ

PSP-1000
PSP-1000 ครับ

PSP-2000
PSP-2000 ครับ
PSP-3000
PSP-3000 ครับ

มาต่อกันครับ บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า PSP-2001, PSP-2006, PSP-3001, PSP-3006 ตัวเลขในหลักสุดท้ายจะเป็นการบอกโซนที่วางจำหน่ายครับ เช่นเลข 0 จะเป็นของญี่ปุ่น ส่วน 1 จะเป็นของอเมริกา และ 6 จะเป็นของเอเชียอื่น ๆ ครับ ในการซื้อมาเล่นก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องโซนนะครับ เพราะว่าตัวเกมจะสามารถเล่นได้ทุกโซนอยู่แล้ว แต่การเลือกซื้อ ส่วน UMD Video นั้นจะต้องระวังโซนในการเลือกซื้อมารับชม เช่นเดียวกันกับของแผ่น DVD ครับ

ในส่วนของภาษาของตัวเครื่องนั้นสามารถปรับเปลี่ยนให้แสดงผลตามที่ต้องการได้ว่าจะใช้ภาษาอะไร โดยไม่ว่าเครื่องจากโซนไหนก็สามารถปรับได้เหมือนกันครับ (ไม่มีภาษาไทยนะครับ)

ขอมาสานต่อมุม Console ให้เจริญรุ่งเรืองครับ

19 May

ขออภัยที่ห่างหายไปอย่างยาวนานกว่าปี ด้วยความที่ไม่สม่ำเสมอในตัวของกระผมเอง + การจัดการบริหารเวลาที่พยายามจะจัดสรรปันส่วน ทำนู้นทำนี้เยอะแยะมากมาย แต่กลับไม่ได้แบ่งเวลาให้กับการเขียน Blog เลย ทั้ง ๆ ที่เข้าร่วมเป็นผู้เขียนตั้งแต่ยุคเริ่มแรก

ยังงัยก็คงต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

แล้วหลังจากนี้ผมสัญญา ไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า จะกลับมาเขียนอย่างเป็นประจำตามโอกาส และเรื่องราวอันเหมาะสม สมควรที่จะเขียน มาให้ผู้ที่สนใจเกมคอนโซลได้ติดตามกันเรื่อย ๆ อย่างแน่นอนครับ

กำหนดการเขียน Blog คร่าว ๆ หลังจากนี้ครับ
- รีวิวสถานการณ์วงการเกมคอนโซลในปัจจุบัน 1 ปีที่ผ่านไป ใครไปถึงไหนแล้ว และจะเป็นอย่างไรต่อไป
- งาน E3 (Electronic Entertainment Expo) ที่กำลังจะมาถึงในต้นเดือนมิถุนานี้ โดยจะมีการนำเสนอทั้งก่อนงาน ระหว่างงาน และภายหลังจากจบงานแล้ว รวมถึงเก็บตกสิ่งที่น่าสนใจ และบทวิเคราะห์ความเป็นไปจากการประกาศข่าวของค่ายเกมต่าง ๆ
- รีวิวเกมหรือเครื่องเกม หากผู้เขียนมีปัญญาซื้อมากพอครับ (๕๕๕)
- และอื่น ๆ อีกมากมายแน่นอนครับ

ยังงัยกระผมก็คงต้องขอฝากเนื้อฝากตัวไว้อีกครั้งนะครับ ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ โอ๊สสสสส!!!!