Archive by Author

มือถือหาย !!!

30 Apr

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณเกือบ ๆ จะเก้าโมง ผมได้นั่งรถตุ๊ก ๆ กับเพื่อนอีก 2 ท่านเพื่อที่จะไปทำงานที่ไซต์งานของบริษัท ซึ่งอยู่แถวกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

เมื่อผมและเพื่อน ๆ ได้ลงจากรถตุ๊ก ๆ และจ่ายเงินค่าตุ๊ก ๆ ไป จึงได้เดินเข้าไปยังที่ทำงานตามปกติ แต่ผมก็ได้พบว่ากระเป๋ากางเกงข้างซ้ายที่ปกติจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่น Nokia N-Gage อยู่ มันได้กลายเป็นกระเป๋ากางเกงโล่ง ๆ ไปแล้ว จึงได้รีบเดินออกมาดู แต่ตุ๊ก ๆ ก็ได้ขับออกไปซะแล้ว จึงได้เริ่มที่จะใช้โทรศัพท์ของเพื่อนโทรกลับเข้าไปยังเครื่องของผมเอง โดยหวังว่าคนขับตุ๊ก ๆ จะได้ยินเสียงมือถือของผมบ้างและรับสาย

หลังจากที่โทรอยู่ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อนผมก็โทรติด ซึ่งผู้ที่รับสายเป็นผู้ชาย แล้วบอกว่าตนเองชื่อ ก้อง ทำงานอยู่ที่กรมโยธาธิการ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่ทำงานของผมที่กระทรวงการคลังมาก แต่ก็ยังไม่ได้คุยถึงรายละเอียดการขอรับคืน ผมจึงได้โทรไปอีกครั้งและแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเครื่อง ซึ่งเขาก็บอกเป็นการนัดว่าให้ไปรับโทรศัพท์คืนได้ ที่ด้านหน้าตึกกรมโยธาธิการในเวลาเที่ยงตรง เพราะขณะที่คุยกันนั้นเป็นเวลาที่เขาจะต้องทำงานแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าการปล่อยระยะเวลาให้เนิ่นนานไว้มันไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมจึงได้ลองถามเขาว่า ผมจะขอไปรับตอนนี้ที่ที่ทำงานเขาได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ต้องมา ไว้ให้มาตอนเที่ยงทีเดียว แล้วประมาณเที่ยงให้โทรไปยังเครื่องของผมอีกรอบ ซึ่งน้ำเสียงของเขาตอนนั้นเหมือนไม่ค่อยพอใจ และมีอารมณ์โกรธอะไรบางอย่าง เหมือนตั้งใจว่าจะทำงานจริง ๆ ผมจึงยินยอมตามที่เขาขอ และวางสายไป

ครั้นเมื่อถึงเวลานัดผมก็ไปรออยู่บริเวณหน้าตึกกรมโยธาพร้อมกับโทรศัพท์เขาไปที่เครื่องของผมเอง ซึ่งก็ไร้วี่แววของการตอบรับจากชายที่รับโทรศัพท์ผมไปเมื่อเช้า ผมโทรอยู่อย่างนั้นตลอด 1 ชม. จนเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากความหวังและความยินดีที่จะได้โทรศัพท์คืน ณ ตอนนี้โทรศัพท์ผมกลายเป็นบริการรับฝากข้อความไปเสียแล้ว ซึ่งหากคิดในแง่ร้ายที่สุดคือเขาคงปิดมือถือผมและแสดงเจตนาว่าจะไม่คืนแล้ว แต่ผมก็ยังคิดในแง่ดีอยู่ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเขาต้องการเครื่องผมจริง ๆ แล้วตอนเช้าที่โทรไปตั้ง 2 ครั้งเขาจะรับสายผมทำไม

จึงทำให้ผมลองตามหาบุคคลที่ชื่อก้องดูภายในหน่วยงานของกรมโยธา ซึ่งก็ไปพบมา 1 คนแต่ก็ไม่ใช่คนที่เอาโทรศัพท์ผมไป ซึ่งผมก็ยังพยายามตามหาอยู่เป็นเวลากว่า 1 ชม.แต่สุดท้ายก็ไม่พบจึงต้องกลับมายังที่ทำงานเสียก่อน

โดยปกติแล้วการที่โทรศัพท์มือถือหาย ผู้ใช้มักจะต้องทำการขอแจ้งตัดสัญญาณเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งานยอดเงินที่คุณมีอยู่ในระบบ แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำการแจ้งเนื่องจากเหตุผลเดิมก็คือการที่เขารับโทรศัพท์จากผมถึง 2 ครั้งในตอนเช้า ซึ่งทำให้ผมคิดว่าเขายังน่าจะคืนโทรศัพท์ให้ผมอยู่ ผมจึงยังไม่ตัดสัญญาณ และได้ส่ง SMS เข้าไปเพื่อบอกให้เขาติดต่อการคืนเครื่องกลับมาได้ที่เบอร์ใดบ้างหลังจากที่เขาเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

แต่แล้วตลอดวันศุกร์ทั้งวันหลังจากเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ มือถือผมก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนถึงวันถัดมาซึ่งผมตั้งใจจะไปแจ้งตัดสัญญาณและขอซิมใหม่เบอร์เดิม ในช่วงสาย ๆ นั้น ปรากฏว่าเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ก่อนที่ผมจะไปแจ้ง ได้ลองโทรเข้าไปยังเครื่องของผมอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรติด แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่จะรับสายอยู่เช่นเดิม จนเมื่อผมไปถึงและรอเวลาการได้รับบริการอยู่เกือบจะครึ่งชม. ผมก็ได้แจ้งขอตัดสัญญาณและให้เขาเช็กยอดเงินคงเหลือในระบบ ปรากฏว่ายอดเงินผมเหลืออยู่แค่เพียง 150 บาท จากที่ผมเช็กครั้งล่าสุด ณ เวลาประมาณบ่าย 3 ของวันศุกร์ที่มีอยู่ที่ 1550 กว่าบาท แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อผมนำซิมใหม่ที่ได้มาใส่มือถือและกดเช็กยอดเงินคงเหลืออีกครั้ง กลับได้รับการแจ้งกลับมาว่าเหลืออยู่เพียง 94 สตางค์เท่านั้น

ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ก็คงจะโทษใครไปไม่ได้นอกจากตัวของผมเอง ที่ประมาทเกินไป ไม่ยอมตรวจเช็กบนเบาะที่นั่งภายหลังจากลงจากรถตุ๊ก ๆ แล้ว การไม่สอบถามรายละเอียดของตัวบุคคลที่เก็บโทรศัพท์มือถือของผมได้อย่างชัดเจนพอที่จะตามหาได้ง่ายในกรณีที่เขาหลบเลี่ยงการติดต่อจากผม รวมไปถึงการให้ความเชื่อใจแก่บุคคลที่ไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาของคนผู้นั้นมากจนเกินไป จนไม่ยอมตัดสัญญาณมือถือ และเป็นเหตุให้เสียยอดเงินคงเหลือที่มีอยู่ไปทั้งหมด

ในกรณีของโทรศัพท์มือถือที่หายนี้ ทำให้ผมรู้ว่าโอกาสที่จะได้รับกลับคืนมาแทบจะไม่มีเลย เว้นแต่ว่าผู้ที่เก็บได้ที่เป็นคนดีจริง ๆ และมีความต้องการจะคืน เขาผู้นั้นจะต้องหาวิธีติดต่อกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะสั่งตัดสัญญาณหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นผมจึงแนะนำให้คุณสั่งตัดสัญญาณทันที ภายหลังจากที่มือถือของคุณหาย เพื่อป้องกันยอดเงินคงเหลือของคุณไว้ก่อน หากในกรณีที่มีเงินเหลือเยอะมาก ๆ (อย่างเช่นในกรณีของตัวผมเอง)

ในส่วนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะกับระบบเติมเงินนั้น ผมขอเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกท่านที่ใช้ระบบเติมเงินไว้เลยว่า ผู้ให้บริการแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย นอกจากการแสดงความเสียใจ และการรอรับแจ้งการตัดสัญญาณ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นการเช็กว่าสัญญาณมือถือของคุณอยู่ที่ใด หรือจะเป็นข้อมูลการโทรออกล่าสุดเพื่อจะเช็กว่าคนที่เก็บได้ได้ใช้งานอะไรหรือไม่ เช่นในกรณีของผม ผมเองสันนิษฐานว่าคนที่เก็บได้เขาคงไม่ได้ใช้โทรจนหมด แต่หากว่าน่าจะเป็นการโอนเงินออกจนหมดเสียมากกว่า ซึ่งน่าจะเห็นได้ชัดจากตอนที่ผมเช็กยอดเงินครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดสัญญาณ ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการตัดสัญญาณคงไม่น่าจะเกิน 5 นาที ปรากฏว่ายอดเงินของผมก็ได้หายไปหมดแล้ว

แต่ก็ยังดีอยู่หน่อยตรงที่ว่ารู้สึกผู้ใช้ในระบบรายเดือน จะพอเช็กข้อมูลการโทรได้บ้าง แต่การรีบแจ้งตัดสัญญาณก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในกรณีที่มือถือของทุกท่านหายไป

แต่ในส่วนของการขอข้อมูลในเชิงลึกเช่นการให้เช็กว่ามือถือไปอยู่ที่ไหนคงจะต้องพี่งกระบวนการของตำรวจเขาและคงต้องใช้อำนาจทาง
ศาลเพื่อให้ตำรวจมีอำนาจในการข้อมูลจากผู้ให้บริการได้ต่อไป ซึ่งตรงนี้ผมก็ไม่แนะนำที่จะให้ทำสักเท่าไร เพราะว่าจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาอีกอย่างมากมายแน่นอน

สิ่งสุดท้ายที่จะพูดถึงคือการแจ้งความกับทางตำรวจ ในความเห็นส่วนตัวของผมเอง แทบจะไม่มีความเชื่อมั่นในระบบตำรวจของไทยสักเท่าไร เพราะคิดว่าในกรณีของผม ที่แม้แต่รายละเอียดผู้เก็บได้ก็รู้แค่เพียงชื่อ (ซึ่งก็ยังไม่ทราบอีกว่าเป็นชื่อเล่นหรือชื่อจริง) กับที่ทำงาน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใช่ที่ทำงานของเขาจริง ๆ หรือไม่หรือว่าจะเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา) การไปแจ้งความอย่างมากก็คงจะได้แค่ทำการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น คงไม่ได้อะไรคืบหน้าขึ้นมา รวมไปถึงการได้โทรศัพท์คืนยิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า

สุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกว่า จะขึ้นหรือจะลงจากพาหนะใด ๆ ก็ตามอย่าลืมตรวจเช็กสิ่งของมีค่าของท่านไว้ เพื่อความปลอดภัยจะเป็นการดีที่สุด ของมีค่าจะได้อยู่ติดตัวท่านไปตราบจนกว่าที่มันจะพังลงไป ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันหายไปอยู่กับคนที่คุณก็ไม่รู้จักนะครับ

Wii หรือ PS3 หรือ XBOX360 จะซื้อ Next-Gen ควรจะเลือกอะไรดี???

23 Apr

คราวที่แล้วก็เขียนในส่วนของสงครามเกมพกพาไปแล้ว ว่าถ้าจะเลือกซื้อระหว่าง PSP กับ NDS นั้นควรจะพิจารณาอะไรบ้าง มาวันนี้ก็ขอมาเจาะสงคราม Console รุ่นต่อไปหรือก็คือรุ่นปัจจุบันนี้อันได้แก่?Sony’s PLAYSTATION3, Microsoft’s XBOX360 หรือจะเป็น Nintendo Wii (ขอเรียกสั้น ๆ ว่า PS3, X360, Wii ตามลำดับนะครับ) ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรกันบ้าง และสมควรจะซื้อหรือไม่

มาเริ่มกันที่ขวัญใจมหาชนที่สุดในยุคนี้กันก่อน นั้นก็คือ Wii ด้วยกระแสความแรงอันเนื่องมาจากทาง Nintendo ได้นำเสนอเครื่องเกมที่มีรูปแบบการเล่นแตกต่างจากที่เคยมีอยู่มาทั้งหมดโดยสิ้นเชิง จากการเล่นที่จะต้องนั่งอยู่กับที่แล้วถือจอยควบคุมเล่นเกมส์นั้น กลายมาเป็นการได้ออกท่าทางที่เสมือนว่าได้ทำสิ่งนั้นอยู่จริง ๆ แทน ด้วยประสิทธิภาพของจอย Wii Mote และ Nunchuk (หากนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงเกมกีฬาต่าง ๆ เช่น การตีเทนนิส, การชกมวย, การโยนโบว์ลิ่ง เป็นต้น)

นอกไปจากนี้ยังมีลูกเล่นอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เครื่อง Wii ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นอีกได้แก่ Mii คือตัวละครเสมือนซึ่งเราสามารถออกแบบให้มีลักษณะที่เหมือนตัวเองหรือคนอื่น ๆ ได้ ซึ่งสามารถนำไปใช้เล่นในเกมส์ได้, Wii Channel เป็นช่องที่ให้บริการต่าง ๆ บนระบบ Online ของ Wii, Virtual Console เป็นระบบที่เปิดให้บริการการดาวน์โหลดเกมส์เก่า ๆ ในสมัยก่อนมาเก็บและเล่นบนเครื่องได้, เกมส์ Wii Fit ที่มาพร้อมกับแท่นหรรษา Wii Balance Board ที่ทำให้คุณสุขภาพดีจากการเล่นเกมส์ของ Wii ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอน

หลังจากที่พูดข้อเด่น ๆ ของ Wii ไปแล้วก็คงต้องพูดถึงข้อด้อยบ้าง สิ่งแรกคือทาง Nintendo เลือกจะนำเสนอรูปแบบการเล่นใหม่ ๆ จึงมิได้สนใจที่จะนำเสนอในส่วนของกราฟฟิกมากนัก ดังนั้นคุณภาพของภาพจึงยังอยู่แค่ที่เครื่องคอนโซลยุคก่อน (PS2, Gamecube, XBOX) ถัดมาคือหน่วยความจำที่สามารถใช้เก็บ Content ต่าง ๆ ที่ดาวน์โหลดมาจากระบบ Online มีให้เพียงแค่ 512 MB ซึ่งเป็นข้อจำกัดของขนาดของ Contents ที่จะสามารถดาวน์โหลดมาจากระบบ Online ได้ และประการสุดท้ายก็คือการที่ Wii เป็นเครื่องคอนโซลเดียวที่สามารถจะเล่นเกมส์ได้เพียงอย่างเดียว แม้ว่า Wii จะเลือกใช้ Format DVD เหมือนกับทาง X360 ก็ตาม (X360 สามารถนำเอาแผ่นภาพยนตร์ DVD มาเปิดดูได้)

ด้วยรูปแบบของการเล่นเกมส์แบบใหม่และเรื่องของราคาที่เครื่อง Wii ได้นำเสนอในราคาที่ถูกที่สุดในบรรดาเครื่อง Next-Gen ทั้ง 3 เครื่องนี้ ทำให้เครื่อง Wii สามารถที่จะเจาะตลาดเกมส์ในส่วนของคนที่ไม่เคยเล่นเกมส์มาก่อนให้หันมาเล่น Wii ได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิงหรือผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ผู้ที่เล่นเกมส์อยู่แล้วก็ยังต้องหันมาสนใจกับกระแสแห่งความแรงนี้ ซึ่งข้อด้อยที่มีอยู่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่คนที่ซื้อเครื่อง Wii ไปก็มักจะต้องนำไปเล่นกับเพื่อน ๆ หรือเล่นกับครอบครัวของตน ประเด็นข้อด้อยที่นำเสนอไปจึงแทบจะไม่ได้สนใจหรือไม่ได้ใช้งานอยู่แล้ว

ดังนั้นสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะซื้อ หากมีเหตุผลในการซื้อคือนำไปเล่นกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ของท่านก็จงอย่าลังเลที่จะซื้อเจ้า Wii นี้ เพราะมันจะนำความบันเทิงมาให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน ข้าน้อยขอรับประกัน (แต่ไม่สามารถที่จะคืนเงินให้กับท่านได้ หากท่านไม่พอใจ) แต่ถ้าหากคิดว่าท่านจะซื้อ Wii ไปเพื่อเล่นคนเดียว (โดยเฉพาะเหล่าสาวก Gamer ทั้งหลาย) ข้าน้อยก็คงต้องแนะนำท่านว่า คิดทบทวนดี ๆ อีกสักครั้ง เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่ แต่ถ้าหากท่านได้เล่นมันซ้ำ ๆ เช่นเดิมไปเรื่อย ๆ สักไม่เกินครึ่งปี ข้าน้อยว่าท่านจะต้องเบื่อและรำคาญกับรูปแบบการเล่นอย่างแน่นอน (เช่น การตีเทนนิส จากตอนแรกที่คุณจะออกท่าทางอย่างหนักหน่วงและเอาจริงเอาจัง เมื่อผ่านไปสักระยะคุณจะทราบว่าแค่คุณกระตุกแขนนิดเดียวคุณก็ตีลูกเทนนิสในเกมส์ได้แล้ว และนั้นจะทำให้คุณเริ่มเบื่อกับเกมส์) และจะถวิลหากับรูปแบบเดิม ๆ นั้นก็คือนั่งอยู่กับที่แล้วถือจอยตัวโปรดของเครื่องเล่นเกมส์ตัวเก่าของคุณอย่างแน่นอน

มากันที่เครื่องถัดไปเลยดีกว่า (ตอนแรกว่าจะเขียนสั้น ๆ แล้วนะ ทำไปทำมาดูท่ามันจะยาวเฟื้อยอีกแล้ว) กับเจ้า XBOX360 โดยมี Microsoft ส่งเข้าประกวดหลังจากที่แพ้ในสงครามคอนโซลยุคก่อนอย่างไม่เหลือ… ให้กับ PS2 คราวนี้เขากลับมาใหม่ด้วยสิ่งที่ดีกว่าเดิมและกับการวางจำหน่ายก่อนเครื่อง Next-Gen ทั้ง 2 ถึง 1 ปี ทำให้ได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเจ้า XBOX รุ่นแรกมากทีเดียว

สิ่งที่ดูจะน่าดึงดูดที่สุดของ XBOX360 ก็คือการที่ทาง Microsoft สามารถติดต่อให้ค่ายเกมดัง ๆ ที่เคยผลิตเกมส์ Exclusive (คือเกมส์ที่ออกเฉพาะเครื่อง) ให้กับทาง PS2 สามารถมาผลิตเกมส์ให้กับเครื่องของตนได้มากขึ้น อาทิเช่นซีรีส์ Bio Hazard, Devil May Cry, Grand Theft Auto รวมไปถึงเกมส์ Exclusive ดัง ๆ ที่มีอยู่เฉพาะบนระบบของตนอันได้แก่ Halo, Gear of War เป็นต้น ซึ่งก็ทำให้ชาวตะวันตก เลือกที่จะซื้อเจ้า X360 นี้กันมากขึ้นกว่าในยุคแรก และด้วยสิ่งที่เหมือนเป็นแม่เหล็กอีกประการนั้นก็คือระบบ Online ที่จะเรียกว่าดีที่สุดบนเครื่องเกมส์คอนโซลนั้นก็คือ XBOX Live ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มียอดผู้ใช้บริการแล้วกว่า 10 ล้านคน และมี Contents ต่าง ๆ ให้บริการอย่างมากมายบนระบบ XBOX Live อีกด้วย

ในแง่ของข้อด้อย ประเด็นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือปัญหาเรื่องความร้อน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ “3 ไฟแดงมรณะ” กับตัวเครื่องของท่าน และจะทำให้ X360 ของท่านกลายเป็นที่ทับกระดาษขนาดยักษ์ไปโดยปริยาย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนมาใช้ CPU ขนาด 65 นาโนเมตรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพอจะได้ยินถึงการเกิด 3 ไฟแดง นี้อยู่บ้างเหมือนกัน

หากใครที่กำลังจะตัดสินใจที่จะซื้อเจ้า X360 ในช่วงนี้ โดยที่มีความชอบที่จะเล่นเกมส์ในสไตล์ของชาวตะวันตก คือการเดิน ๆ ลุยยิงแหลกไปเรื่อย ๆ ก็แนะนำให้ซื้อได้เลย และในสัปดาห์หน้านี้เกมส์เด็ดอย่าง Grand Theft Auto 4 ก็จะเริ่มวางตลาดแล้ว พร้อมกับมีการให้ดาวน์โหลด Contents พิเศษเฉพาะผู้ที่เล่นในเวอร์ชันของ X360 ได้ผ่านระบบ XBOX Live ด้วย แต่ถ้าหากสนใจเกมส์ประเภทที่ออกแนวตะวันออกหน่อยก็คงจะต้องคิดดูอีกครั้ง หรืออาจจะไปซื้อเจ้า PS3 ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

มากันที่คอนโซลตัวสุดท้ายกับเจ้า PLAYSTATION 3 ของ Sony กันบ้าง หากจะบอกว่า PS3 นั้นมาพร้อมกับ Hardware ที่ดีที่สุดหากเทียบกับเครื่องคอนโซลทั้ง 3 ตัวแล้ว ก็คงจะไม่ผิดนัก ทั้งในส่วนของ CPU ที่มีชื่อว่า CELL ซึ่งมีแกนสมองทั้งหมด 8 แกนเลยทีเดียว, Blu-Ray Drive สื่อบันทึกข้อมูลในยุคใหม่ (Blu-Ray ชนะในสงครามฟอร์แมตกับ HD-DVD ไปแล้ว) ซึ่งทำให้รองรับการใช้งานการแสดงผลได้ถึงระดับ Full HD 1080p ผ่านทางพอร์ต HDMI, จอยควบคุม SIXAXIS ที่สามารถจับความเคลื่อนไหว และ DualShock 3 ซึ่งรวมความสามารถของ SIXAXIS เข้ากับระบบสั่น

ด้วยความสามารถของขุมพลังของ Cell และชิปกราฟฟิค RSX ของทาง Nvidia ทำให้การประมวลผลด้านกราฟฟิกทำได้อย่างสุดยอด รวมไปถึงจอยที่สามารถจับความเคลื่อนไหวได้ จึงทำให้ PS3 มีศักยภาพเพียงพอที่จะนำเสนอรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากการใช้แค่ปุ่มควบคุมทิศทางธรรมดา (แต่ในปัจจุบันก็ยังมีเกมส์ที่รองรับอยู่ไม่มาก)

แต่ในปัจจุบัน (เครื่อง PS3 วางจำหน่ายมาแล้วกว่าปีครึ่ง) เกมส์ดัง ๆ ที่จะเป็นตัวดึงดูดหรือแม่เหล็กให้กับเครื่องนั้นยังมีอยู่น้อยมาก รวมทั้งเกมส์ที่เคยเป็น Exclusive เฉพาะแบรนด์ PlayStation ก็ยังถูกทำให้เป็น Multi-Platform ไปแล้วหลายเกมส์ด้วยกันอาทิ Devil May Cry ที่วางจำหน่ายไปพร้อมกับเวอร์ชัน X360 เมื่อเดือนมกราคม, Grand Theft Auto ที่กำลังจะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้า และ Resident Evil ที่จะออกพร้อมกับ X360 เช่นกัน ซึ่งเกมส์พวกนี้เมื่อวางจำหน่ายแล้ว ในอเมริกาเวอร์ชันของ X360 จะสามารถทำยอดขายได้มากกว่าเนื่องมาจากผู้คนต่างมี X360 กันอยู่แล้ว และด้วยระดับของภาพหรือกราฟฟิกซึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน ผู้บริโภคจึงเลือกจากสิ่งที่มีอยู่แล้วคือ X360 กันมากกว่า

ซึ่งไม่ใช่แค่เกมส์ดัง ๆ จะเลือกไปทำให้แค่ฝั่ง X360 แต่เกมส์ดัง ๆ อย่าง Dragon Quest IX ซึ่งในภาค VII และ VIII ที่ผ่านมาก็อยู่บนเครื่อง PlayStation และ PlayStation 2 แต่ในภาคล่าสุดนี้ทาง Square-Enix กลับตัดสินใจที่จะนำไปลงบนเครื่องเกมส์มือถืออย่าง NDS แทน และอีกเกมส์กับเกมส์ล่ามอนสเตอร์อย่าง Monster Hunter 3 ก็ถูกย้ายไปทำบน Wii แทนเช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่าเกมส์ที่น่าสนใจบน PS3 จะไม่มีเหลือเลย เพราะในช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไปเกมส์ที่เป็นฟอร์มยักษ์และน่าจะดึงดูดผู้เล่นให้ซื้อ PS3 ได้ก็จะเริ่มออกวางจำหน่ายแล้ว เริ่มกันที่เกมส์แรกกับผลงานของ Kojima’s Studio กับเกมส์ Metal Gear Solid 4 ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 12 มิถุนายนนี้แล้ว, เกมส์ที่นำเอาระบบ Physic มาใช้ในตัวเกมอย่าง Little Big Planet ก็เป็นที่น่าจับตามอง, โปรเจคท์ Fabula Nova Crystallist ของ FFXIII และ FF Versus XIII ต่างก็เป็นที่รอคอยของคนจำนวนมาก รวมไปถึงระบบ Home ที่จะมาเป็น Online Social Community ของ PS3 ที่หวังจะแอบล้มระบบ XBOX Live ของทางไมโครซอฟท์ และสุดท้ายกับเกมส์แข่งรถสมจริงความหวังของ Sony อย่าง Grand Tourismo 5 อีกเกมส์

ในสถานการณ์ปัจจุบัน PS3 มีรุ่นจำหน่ายตามโซนต่าง ๆ มากมายหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งจะต่างกันไปตามขนาดความจุของ Harddisk และ Port ต่าง ๆ ที่อาจจะถูกตัดลดทอนลงไปบ้าง ซึ่งก็ทำให้ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละโซนและรุ่นที่วางขาย ซึ่งหากเทียบถึงประสิทธิภาพของตัวฮาร์ดแวร์กับราคาแล้วก็นำว่าไม่แพงจนเกินไปที่จะซื้อ แต่ถ้าหากพิจารณาจากสภาพการเล่นเกมส์ของคนไทยในปัจจุบันแล้ว อีก 2 เจ้าที่เหลือคือ Wii และ XBOX360 จะดูมีภาษีที่ดีกว่า เพราะจิง ๆ แล้วราคาในประเทศไทยของทั้ง 3 เครื่องแทบจะไม่ต่างกันเลย เพียงแต่ว่า 2 เจ้าข้างต้นเขาสามารถทำในสิ่งที่คุณก็รู้ว่ามันคืออะไรได้ แต่ PS3 ยังไม่สามารถทำได้นั้นเอง

ในกรณีที่ผมจะตัดสินใจซื้อ Next-Gen ทั้ง 3 เครื่องนี้ ผมเองได้เลือกไว้แล้วว่าสิ่งที่จะซื้อก่อนก็คือ PS3 เนื่องด้วยมาจากเหตุผลเกมส์แม่เหล็กอย่าง FFXIII ที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ และยังมีความเชื่อใจและคิดว่าในท้ายที่สุดแล้วสงครามเครื่องคอนโซล Next-Gen ครั้งนี้ในบั้นปลายทาง Sony และแบรนด์ PlayStation ก็จะยังเป็นผู้ชนะอยู่ดี จากนั้นเมื่อมีโอกาสถึงจะค่อยซื้อ Wii เพราะว่าเป็นเครื่องที่ราคาถูกที่สุด และตัวเกมส์เหมาะที่จะเล่นกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัวมากกว่า แต่ในขณะนี้ตัวผมมักจะต้องอยู่คนเดียว จึงยังไม่เหมาะนักที่จะมีไว้ในครอบครอง ส่วนในกรณีของ X360 นั้นยังไม่มีแผนการที่จะซื้อ แต่จริง ๆ แล้วก็มีเกมส์ที่สนใจอยู่เหมือนกัน นั้นก็คือเกมส์จากค่าย MistWalker (อดีตเป็นผู้ให้กำเนิดเกมส์ตระกูล FF แต่ภายหลังแยกตัวมาจาก Square-Enix) อย่างเกมส์ Blue Dragon เหมือนกัน

ก็คงต้องขอจบกับบทความในคราวนี้แล้วหละครับ ยาวเหลือเกิน ซึ่งผมสัญญาว่าบทความหลังจากนี้ไปจะไม่ยาวเท่ากับ 2 บทความแรกนี้อีกแล้ว หากมีข้อติชมประการใด หรืออยากทราบถึงเรื่องใดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือวงการเกมส์คอนโซล รวมถึงให้กำลังใจกันก็สามารถเขียน comment ไว้ได้ ทางผมจะรับทุกข้อเสนอแนะและติชมเก็บไว้ในการพัฒนาการเขียน Blog ของผมต่อไปครับ ขอบคุณที่อ่านอีกครั้งนะครับ

?

NDS หรือ PSP จะซื้อเครื่องไหนดี???

20 Apr

ก่อนอื่นก็คงต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดี” เสียก่อน เพราะว่าผมก็คนไทยคนหนึ่ง การร่วมอนุรักษ์และช่วยรณรงค์ให้วัฒนธรรมไทยของเราคงอยู่ต่อไปได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำ

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาที่ผมจะเขียนวันนี้ ก็คงต้องขอขอบคุณผู้ก่อตั้งเวป pinionteam นี้ทั้งสองท่านคือท่านกอล์ฟและเบิร์ดที่ได้ชักชวนให้มาเขียน blog ในเวปแห่งนี้

หากพูดถึงประสบการณ์การเขียน Blog ก็คงต้องบอกว่าไม่เคยเขียนมาก่อนเลย แต่ถ้าสิ่งที่คล้าย ๆ กันก็อาจจะได้เคยผ่านมาบ้าง นั้นก็คือการทำ Spaces ซึ่งก็เคยที่จะได้ทำอยู่เป็นเวลาพักหนึ่ง แต่ก็เนื่องด้วยเวลาที่ไม่ค่อยจะว่างสักเท่าไร (เนื่องจากไปดูหนังกะเล่นเกมส์ซะหมด) แล้วก็ไม่รู้จะตกแต่ง Spaces ยังไงให้มันสวย ๆ ดี บวกกับเขียนแต่เรื่องยาว ๆ ทำให้คนมาอ่านคอมเมนต์บ่อย ๆ ว่า “จะเขียนอะไรยาวนักหนาฟะ” หรือบอกว่า “อ่านจนตาลาย” บ้างหละ ก็เลยเลิกทำละกัน จนได้มีโอกาสอีกครั้งก็วันนี้หละที่ได้รับการชักชวน จึงได้ตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะกระแสที่คนสมัยนี้เขียน blog?กันมากขึ้น จนทำให้เกิดไฟที่อยากจะลองกลับมาจับดูอีกสักครั้งหนึ่ง และดูแล้ว blog น่าจะพอเขียนยาว ๆ แบบไม่ต้องตกแต่งให้สวยงามมากนักก็ได้ละมั้งงงงงง

สำหรับผู้อ่านที่ได้เข้ามาอ่านใน blog นี้และเป็นส่วนที่ผมเขียนในหมวดของ Console Game ก็จะได้พบกับเนื้อหาที่เกี่ยวกับ Console Game จริง ๆ ซึ่งไม่ได้นับรวมเอาเกมส์ Online เข้าไปอยู่ในหมวดนี้นะครับ ก็คงต้องขอชี้แจงเอาไว้ก่อน

เกริ่นไปซะยาวเลย ก็ขอเข้าประเด็นเลยละกัน ในช่วงปีที่ผ่านมาก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ และน้อง ๆ หลายคนทีเดียวที่เข้ามาถามด้วยคำถามเดียวกันว่า “จะซื้อ PSP หรือ NDS ดี” ซึ่งคำถามนี้มันก็คงจะขึ้นอยู่กับผู้เล่นแต่ละคนที่จะซื้อเครื่องนั้นแหละ ว่าอยากที่จะเล่นสไตล์ไหน เพราะทั้ง 2 เครื่องก็ 2 สไตล์เช่นกัน ก็จะขอรีวิวให้ละกันจากประสบการณ์ที่มีทั้ง 2 เครื่องอะ

พูดถึง NDS ก่อนละกัน สไตล์ของ NDS ก็จะเป็นแนวที่เน้นรูปแบบการเล่นที่มีความแปลกใหม่ ไม่เหมือนชาวบ้านในอดีตที่ผ่านมา (จะบอกว่าชาวบ้านในอดีตที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนจะพูดได้ไม่เต็มปากนัก เนื่องจากตลาดเกมส์มือถือทาง Nintendo เข้าครองตลาดมาอย่างยาวนาน ด้วยพลังของ Gameboy) ทั้งการเขียน การลาก การตวัด การถูไปถูมา การเป่า การพูดใส่ไมค์ และยังมีบางเกมส์ที่ทำได้มากกว่านี้อีกด้วย รวมไปถึงการเป็นเครื่องเล่นเกมส์ที่มี 2 หน้าจอ ทำให้สามารถใส่รายละเอียดต่าง ๆ ในการเล่นให้หลากหลายมากขึ้นได้อีก รวมถึงการเชื่อมต่อแบบ Wifi ในการเล่นเกมส์แบบ Online ที่จะเป็นตัวช่วยให้เล่นได้สนุกมากยิ่งขึ้น (อาทิเช่น Mario Kart ที่สามารถท้าแข่งกับเพื่อนที่อยู่อีกคนละซีกโลกได้ !!!) จำนวนเกมส์ที่ตอนนี้มีออกมาให้เล่นก็น่าจะเฉียดที่หลัก 2500 เกมส์เข้าไปแล้ว (ตัวเลขนี้คือจำนวนทั้งหมดที่ตัวเกมส์ได้ออกมาในทุกโซนของโลก) ซึ่งข้อจำกัดที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวของเจ้า NDS น่าจะอยู่ที่กราฟฟิกของตัวเครื่องที่สามารถแสดงผลได้นั้นเอง

ย่อหน้าที่แล้วก็เป็นรายละเอียดของตัวเครื่องและประสิทธิภาพเบื้องต้น ซึ่งจากที่ได้มีประสบการณ์ในการเล่นมากว่าปีครึ่งได้ ก็คงต้องบอกว่าเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่เดียว สำหรับการเล่นในระยะแรก ๆ ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งด้วยเวลาประมาณนี้ก็แทบจะรับรู้ถึงอรรถรสรูปแบบการเล่นต่าง ๆ ของตัวเครื่อง NDS ที่สามารถทำได้เกือบหมดแล้ว และเมื่อผ่านช่วง 1 ปีไปก็จะเริ่มเห็นว่าเกมส์ที่ออกมาใหม่ ๆ นั้นก็จะมีสไตล์ที่คล้าย ๆ เดิมออกมา ซึ่งก็จะเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายในรูปแบบของการเล่นได้ รวมทั้งประกอบกับกราฟฟิกของตัวเครื่องที่แสดงผลได้ ก็ดูเหมือนจะทำให้แรงดึงดูดใจนั้นน้อยลงไปอีก ซึ่งอาการที่ว่านี้มักจะเกิดกับ Gamer พวก Hardcore ซะมากกว่า (พวก Gamer แบบ Hardcore มิได้หมายถึงเล่นเกมส์สไตล์ Hardcore ๆ เช่น GTA, Manhunt เป็นต้น แต่หมายถึงพวกที่เล่นเกมส์มาอย่างยาวนาน อยู่ในวงการนี้นานพอดู) รวมไปถึงตัวของผมด้วย…

ถัดมามาดูกันที่ PSP บ้าง เจ้า PSP นี้น่าจะถูกจัดให้เป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รองรับ Media ต่าง ๆ เอาไว้ซะทุกอย่างในตัวเลยก็ว่าได้ ทั้งการเป็นเครื่องเล่นเกมส์, เครื่องเล่นเพลง, เครื่องเล่นวิดีโอ (เล่นได้ทั้ง UMD Video, ไฟล์ mp4, ไฟล์ pmp), กล้องถ่ายรูปและสามารถดูภาพที่ถ่ายไว้หรือภาพอื่น ๆ ที่อยู่ใน Memory Stick ได้,?เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบ Digital (ใช้ได้เฉพาะในญี่ปุ่น), เครื่องรับสัญญาณ GPS, ?การเชื่อมต่อ Wifi เพื่อเล่นเกมส์ออนไลน์ เปิดเวปไซต์ต่าง ๆ รับฟัง Internet Radio หรือจะโทรศัพท์หาเพื่อน ๆ ผ่านทาง Skype ก็ยังได้ นี้ยังไม่รวม Homebrew ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาให้สามารถเล่นได้บน PSP ของท่าน (แต่ PSP ของท่านจะต้องถูกทำให้เล่นของที่คุณก็รู้ว่าอะไรได้ก่อนนะ)

หลังจากทราบถึงสิ่งที่ PSP จะทำได้แล้ว ก็ขอรีวิวหน่อยละกัน เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ สิ่งหนึ่งที่ PSP มีดีกว่า NDS ก็คงจะเป็นด้านกราฟฟิกและรองรับการใช้งานด้าน Multi-Media ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ซึ่งผมว่า Gamer แบบ Hardcore?คงย่อมจะถวิลหาเกมส์ที่มีภาพกราฟฟิกสวย ๆ โดยที่มีด้าน Media อื่น ๆ เป็นปัจจัยรองซะมากกว่า แต่ว่าหากพูดถึงในเรื่องของความเป็นเครื่องเกมส์ก็คงต้องนึกถึงประเด็นจำนวนเกมส์ที่เครื่องมีอยู่ด้วย ซึ่งในจุดนี้เหมือนจะยังเป็นข้อด้อยของเครื่อง PSP อยู่ที่ยังมีเกมส์ใหม่ ๆ ออกให้เครื่องน้อยอยู่นัก ซึ่งโดยมากมักจะเป็นเกมส์ที่ถูกนำมา Remake หรือถูก Port จากเครื่อง PS2 มาลงยัง PSP ซะมากกว่า ซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะไม่สนใจที่จะหาซื้อมาเล่น แต่ในส่วนของเกมส์ที่จะออกใหม่ก็ดูจะมีเกมส์ที่จะเป็น exclusive ให้กับ PSP มากขึ้นเนื่องมาจาก Sony พึ่งได้ทำการลดราคาชุดพัฒนาของเครื่อง PSP ลงมาเมื่อไม่นานมานี้

อีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะต้องพิจารณาด้วยก็คือเรื่องของราคา ที่ตอนนี้ในความเป็นจริงราคาของตัวเครื่องนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย โดยที่ราคาที่ขายอยู่ในประเทศไทยของ NDS ตัวเครื่องเปล่า ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 5500-6000 บาท ในขณะที่ PSP จะอยู่ที่ประมาณ 6500-7000 บาท แต่สิ่งที่แตกต่างจะอยู่ที่ความต้องการว่าจะเล่นของแท้หรือของที่คุณ ๆ ก็รู้กันดีว่ามันคืออะไร ซึ่งหากเลือกในประเด็นหลังก็จะต้องเสียเงินมากขึ้นขึ้นอยู่กับราคาของอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูล ซึ่งในกรณีของ NDS ก็จะถูกหน่อยเพราะใช้ Micro SD ส่วนของ PSP จะใช้ MemoryStick Duo ซึ่งขึ้นชื่อว่าแพงอยู่แล้ว

ก่อนจะจบสำหรับวันนี้ก็คงต้องขอสรุปนิดนึงว่า จะเลือกซื้อเครื่องไหนระหว่าง PSP หรือ NDS ก็ให้ถามว่าตัวเองต้องการอะไร อยากเล่นเกมแนวไหน สไตล์ไหน และเมื่อซื้อมาแล้วก็ขอให้มีความสุขกับการเล่นในสิ่งที่ได้เลือกตัดสินใจซื้อ เล่นมันอย่างคุ้มค่าและดูแลรักษามันให้ดี เพราะมันจะต้องอยู่กับคุณไปอีกนานอย่างแน่นอน (ขออภัยหากบทความนี้จะยาวจนเกินไปจนทำให้บางท่านขี้เกียจอ่านได้ แต่หากท่านอ่านมันจนจบ ผมก็คงต้องขอกล่าวคำว่า “ขอบคุณที่อ่านมากนะครับ”)