ทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้
พอดีเราไปอ่านเจอใน blog ของเพื่อนเราคนนึงอะ (ขอสงวนนามรึกันนะ) บางคนอาจจะเคยเห็นบทความนี้แล้วนะ
แต่เพื่อนเราเป็นคนแปลหละ แปลความหมายดีมากๆเลย ก็เลยอยากให้มาอ่านๆกัน
ยังไงก็ขอบคุณ เพื่อนคนนี้มากๆนะ ที่ช่วยแปลให้ (จริงๆเอามาโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย แต่คงไม่เป็นอะไรหรอก ^^)
Alittle boy asked his mother, ‘Why are you crying?’ ‘Because I’m a woman,’ she told him.
เด็กชายตัวน้อยคนหนึงถามแม่ของเขาว่า “แม่ร้องไห้ทำไมคับ” “เพราะแม่เป็นผู้หญิงไงลูก” แม่บอกกับเขา
‘I don’t understand,’ he said. His Mom just hugged him and said, ‘And you never will.’
“ผมไม่เข้าใจ” เด็กน้อยกล่าว แม่ของเขาเพียงแค่กอดเขาและพูดกับเขาว่า “และลูกก็จะไม่มีวันเข้าใจจ้ะ”
Later the little boy asked his father, ‘Why does mother seem to cry for no reason?’
ต่อมา เด็กชายตัวน้อยจึงไปถามพ่อของเขา “ทำไมคุณแม่ถึงร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุด้วยล่ะคับ”
‘All women cry for no reason,’ was all his dad could say.
“ผู้หญิงทุกคนก็ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลทั้งนั้นแหละลูก” เป็นคำตอบที่พ่อของเขาสามารถบอกเขาได้เพียงเท่านี้
The little boy grew up and became a man, stil wondering why women cry.
จากเด็กชายตัวน้อย เขาเติบใหญ่จนโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัว แต่ก็ยังคงสงสัยว่าทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้
Finally he put in a call to God. When God got on the phone, he asked, ‘God, why do women cry so easily?’
จนกระทั่งในที่สุด เขาก็ต่อสายไปหาพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงรับสาย เขาก็ถามพระองค์ว่า “ข้าแต่พระเป็นเจ้า เพราะเหตุอันใดผู้หญิงทั้งหลายถึงได้ร้องไห้ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน”
God said:
พระองค์ตรัสว่า
‘When I made the woman she had to be special.
“เมื่อเราสร้างมนุษย์ผู้หญิงขึ้นมา เธอผู้นั้นจำต้องเป็นสิ่งพิเศษ
I made her shoulders strong enough to carry the weight of the world,
เราสร้างไหล่ของเธอให้แข็งแกร่งพอที่จะรองรับน้ำหนักของโลกนี้ได้
yet gentle enough to give comfort
แต่ก็อ่อนโยนพอที่จะให้ความสบายแก่เธอ
I gave her an inner strength to endure childbirth and the rejection that many times comes from her children.
เราให้จิตใจอันแข็งแกร่งแก่เธอเพื่อที่จะได้อดทนในการให้กำเนิดบุตรและอดทนต่อการถูกปฏิเสธไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจากลูกๆของเธอ
I gave her a hardness that allows her to keep going when everyone else gives up, and take care of her family through sickness and fatigue with out complaining.
เราให้ความแข็งแกร่งภายในจิตใจแก่เธอเพื่อให้เธอทำสิ่งต่างๆต่อไปแม้ว่าคนอื่นๆจะยอมแพ้แล้วก็ตาม
และให้เธอดูแลครอบครัวของเธอฟันฝ่าความท้อแท้และเหนื่อยยากโดยที่เธอไม่ตำหนิใดๆ
I gave her the sensitivity to love her children under any and all circumstances, even when her child has hurt her very badly.
เราให้ความอ่อนโยนอ่อนไหวแก่เธอเพื่อให้เธอรักลูกๆของเธอไม่ว่าจะเป็นเช่นไร หรือแม้แต่ลูกของเธอจะทำร้ายเธออย่างสาหัสก็ตาม
I gave her strength to carry her husband through his faults and fashioned her from his rib to protect his heart.
เราให้ความแข็งแกร่งแก่เธอเพื่อให้เธอช่วยเหลือสามีของเธอในยามยาก
และสร้างเธอจากกระดูกซี่โครงของเขาเพื่อที่เธอจะได้ปกป้องหัวใจของเขา
I gave her wisdom to know that a good husband never hurts his wife, but sometimes tests her strengths and her resolve to stand beside him unfalteringly.
เราให้ความฉลาดแก่เธอเพื่อให้ได้รู้ว่าสามีที่ดีนั้นจะไม่ทำร้ายภรรยาของเขาเด็ดขาด แต่บางครั้งเขาก็ทดสอบความแข็งแกร่งและการตัดสินใจของเธอเพื่อให้เธอได้ยืนเคียงข้างเขาอย่างมั่นคง
And finally, I gave her a tear to shed. This is hers exclusively to use whenever it is needed.’
และท้ายที่สุด เราให้เธอมีน้ำตาที่รินไหลออกมาตามธรรมชาติอันเป็นสิ่งพิเศษที่เธอสามารถใช้ได้ทุกเมื่อยามที่เธอต้องการ
‘You see my son,’ said God, ‘the beauty of a woman is not in the clothes she wears, the figure that she carries, or the way she combs her hair.
“เจ้าเห็นรึยังลูกของเรา” พระเจ้าทรงตรัส “ความงามของสตรีนั้นมิได้อยู่ที่เสื้อผ้าที่เธอใส่ รูปร่างที่เธอมี หรือท่าทางการแต่งกายของเธอ
The beauty of a woman must be seen in her eyes, because that is the doorway to her heart – the place where love resides.’
หากแต่ความงามของสตรีนั้นไซร้อยู่ที่แววตาของเธอ เพราะแววตานี้จะเป็นประตูไปสู่หัวใจของเธอ อันเป็นที่ที่มีความรักของเธออยู่นั่นเอง”
Recent Comments