Archive | Health RSS feed for this section

แนะนำวิธีพักสายตา (ตอนที่ 2)

15 May

สวัสดีครับ ยังมีวิธีพักสายตาอีกหลายวิธีที่ผมอยากแนะนำให้ผู้อ่านลองนำไปใช้ รับรองว่าใช้แล้วได้ผลดีครับ เอาชื่อเสียงพีเนียนบล็อกเป็นประกัน

ตอนที่ 1 อ่านได้จากหัวข้อนี้ครับ >> แนะนำวิธีพักสายตา (ตอนที่ 1)

ช่วงนี้อากาศแปรปรวน รักษาสุขภาพตาด้วยนะครับ

4. หมุนตัว (Swinging)

วิธีนี้ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและเมื่อยล้าให้กับสายตาได้ดีและช่วยให้จิตใจสงบด้วยนะครับ

- ยืนให้ขาทั้งสองข้างห่างกันในระยะที่ยืนได้สบาย ค่อยๆ หลับตา
- ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน อย่าให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งเกร็งตลอดเวลาการหมุนตัว
- แขนทั้งสองข้างปล่อยตามสบาย หรือ ไว้ที่ไหนก็ได้ตามสบาย เน้นที่ความสบายเป็นหลักครับ
- ค่อยๆ หมุนลำตัวไปทางซ้าย ยกส้นเท้าขวาขึ้นตามจังหวะเพื่อให้หมุนไ้ด้สะดวก
- ระหว่างหมุน ปล่อยแขนตามสบาย ทำเหมือนร่างกายไร้น้ำหนัก
- ระหว่างหมุนให้เท้าอยู่กับที่ (ปลายเท้าทั้งสองข้างอยู่ที่เดิม แต่ส้นเท้าขวายกขึ้น) ให้ขาขวายืดตามจังหวะการหมุน
- เมื่อสุดทาง ให้หมุนกลับไปทางขวา ทำกลับทำด้านซ้าย คือ ยกส้นเท้าขวาขึ้น ขาซ้ายยืดตามจังหวะ
- หมุนไปเรื่อยๆ จะรู้สึกหายใจเป็นจังหวะ ช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ไม่ต้องเพ่งที่การหายใจนะครับ จะเครียดเอา
- หมุนแล้วเท้าอาจจะเคลื่อนตำแหน่งบ้างก็ไม่เป็นไรครับ (ก็หลับตาอยู่นี่) ลืมตาเป็นพักๆ เพื่อดูข้าวของรอบข้างบ้างนะครับ เดี๋ยวจะเผลอเอามือไปปัดเข้า
- หมุนไปเรื่อยๆ สัก 15 นาที ลืมตาขึ้นมาจะสดชื่นเหมือนเพิ่งตื่นนอน

วิธีนี้สามารถทำแบบลืมตาได้ด้วย ช่วยแก้ตาเครียดได้ดีกว่า แต่ทำยากกว่านิดหน่อย ดังนี้ครับ

- ทำเหมือนข้างบน แต่ลืมตา
- ปล่อยตามองไปข้างหน้าตามสบาย ระหว่างหมุนอย่าให้ตาไปจับกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้มองไปข้างหน้าตามสบายเช่นนั้น (สำคัญครับ อย่าเพ่งเด็ดขาด ถ้าเกิดความตึงเครียด จะไม่ได้ผลนะ)
- ระหว่างหมุนสังเกตสภาพแวดล้อมดู ถ้าหากวัตถุต่างๆ หมุนไปในทิศทางเดียวกับที่คุณกำลังหมุนอยู่ แสดงว่าตาของผู้อ่านผิดปกติ มีอาการเมื่อยล้า หรืออาจเพ่งที่สภาพแวดล้อมนั้นอยู่ เพราะปกติควรจะเห็นวัตถุหมุนสวนทางกับทิศที่ผู้อ่าน กำัลังหมุนอยู่ ถ้าหมุนจนเกิดความผ่อนคลายแล้ว ก็จะเห็นในมันหมุนสวนทางเองแหละครับ
- ท่านี้ทำยากสักนิด ต้องใช้เวลาฝึกหลายครั้งครับ เพราะตามักจะไปเผลอจับกับวัตถุต่างๆ ระหว่างหมุนอยู่เสมอ
- แต่ผมมักจะหลับตาสลับกับลืมตาครับ รู้สึกสบายกว่า พอลืมตาสักพักถ้าเกิดการล้าก็หลับตา และระหว่างหลับตาก็จินตนาการทัศนียภาพว่า หมุนสวนทางกับตัวเราอยู่ ท่านว่าการที่เราจินตนาการภาพต่างๆ ได้ชัดเจนนั้น แสดงว่าจิตใจเราผ่อนคลาย ซึ่งหมายความว่าสายตาเราก็อยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายด้วย

5. หมุนคอ เวลาใช้สายตามากๆ จะมีอาการตึงบริเวณต้นคอ วิธีนี้ช่วยให้อาการนั้นบรรเทาลง และยังช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาได้ดีอีกด้วย

- ค่อยๆ หลับตา เงยหน้าขึ้นช้าๆ จนสุด
- ค่อยๆ ก้มหน้าลงจนสุด แล้วเงยขึ้นตามปกติ
- เอียงหน้าลงไปทางซ้ายจนสุด (เอียงเฉยๆ หน้าตรง ไม่ต้องหมุนคอ)
- เอียงหน้าลงไปทางขวาจนสุด แล้วเอียงกลับมาตรงๆ
- ค่อยๆ หันหน้าไปทางซ้ายจนสุด
- ค่อยๆ หันหน้าไปทางขวาจนสุด แลัวหันกลับมาตามปกติ
- ยกไหล่ซ้ายขึ้นจนสุด แล้วปล่อยลง
- ยกไหล่ขวาขึ้นจนสุด แล้วปล่อยลง
- ยกไหล่ขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้างจนสุด แล้วปล่อยลง
- ทำซ้ำจนพอใจ ไม่ต้องติดต่อกันหลายรอบก็ได้ ทำตอนที่เกิดอาการตึงก็พอครับ

รู้สึกว่าเิริ่มจะยาวเกินไป เกรงว่าผู้อ่านจะปวดตาเสียก่อน ไว้ต่อคราวหน้าแล้วกันนะครับ ผู้อ่านอ่านแล้วเกิดความสงสัย ทำแล้วได้ผลเป็นอย่างไร หรือ จะแนะนำอะไรผู้เขียน ก็แสดงความคิดเห็นมาได้นะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ สวัสดี

แนะนำวิธีพักสายตา (ตอนที่ 1)

29 Apr

วิธีพักสายตาที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ ผมใช้อยู่เป็นประจำ และได้ผลดีมาก หากผู้อ่านมีปัญหาเรื่องปวดตา ตาล้า ตาแห้ง หรือต้องใช้สายตาหนักๆ เป็นประจำแล้วละก็ ลองนำวิธีพวกนี้ไปใช้ดูครับ

1. ลมหายใจ

การควบคุมลมหายใจได้ดี จะช่วยให้จิตใจสงบ ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาอาการล้าของสายตาได้ วิธีต่างๆ ที่ผมจะแนะนำจากนี้ไป ล้วนมีลมหายใจเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น

วิธีหายใจที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายคือการหายใจยาวๆ เป็นจังหวะ สังเกตอาการตึงเครียดของใบหน้า จะพบว่าเมื่อทำไปสักพัก ความตึงเครียดเหล่านี้จะลดลง รวมทั้งอาการล้าของสายตา เมื่อได้จังหวะจะรู้สึกจิตใจสงบ หายใจเบาลง และเข้าออกเป็นจังหวะโดยอัตโนมัติ

มีวิธีนึงที่ช่วยฝึกลมหายใจได้ดีคือ หายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับลืมตา แล้วหายใจออกยาวๆ พร้อมกับการกระพริบตาให้มากครั้งที่สุด แล้วทำซ้ำหลายๆ ครั้ง หากสายตามีอาการล้าจะกระพริบได้น้อยครั้ง การกระพริบตาจะช่วยชำระล้าง และหล่อลื่นดวงตาช่วยบรรเทาการล้าได้ เวลาจ้องคอมพิวเตอร์ หรือ อ่านหนังสือนานๆ จะกระพริบตาน้อยลง จึงควรกระพริบตาบ่อยๆ

2. ฝ่ามือ (Palming)

เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและได้ผลดีมาก ลองดูครับ แล้วจะติดใจ

- ใช้ฝ่ามือประสานกันโดยนิ้วมือทั้งสองข้างซ้อนกัน ข้างไหนอยู่บนก็ได้แล้วแต่ถนัด หันฝ่ามือเข้าหาตัว
- นำมือที่ประสานกันมาปิดตา โดยไม่ให้ฝ่ามือโดนลูกตา จัดมือทั้งสองให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่ไม่มีแสงลอดผ่านฝ่ามือ มาเข้าตาได้ วางมือสบายๆ ไม่เกร็ง ระวังอย่าให้เกิดแรงดันที่ลูกตา แล้วหลับตา ข้อศอกวางไว้บนโต๊ะ หรือวางบนตัก หรือ ที่ไหนก็ได้ตามสบาย
- หายใจเข้าออกยาวๆ เบาๆ เป็นจังหวะให้ใบหน้าผ่อนคลาย การหายใจกับความผ่อนคลายเป็นสิ่งสำคัญมาก ระวังอย่าให้มีการเกร็งส่วนใดส่วนหนึ่ง
- เมื่อสายตามีการผ่อนคลายมากขึ้น พื้นหลัง (สีที่มองเห็นเวลาหลับตา) จะมืดขึ้น ความมืดที่พื้นหลังเป็นสิ่งบ่งบอกความตึงเครียดของดวงตา เวลาสายตาตึงเครียดพื้นหลังที่เห็นจะดูสว่าง หรือเป็นแสงระยิบระยับ นี้เป็นข้อสังเกตเฉยๆ ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ ไม่สำคัญอะไร
- หากปิดไฟและเปิดเพลงที่ชอบฟังไปด้วยจะรู้สึกดีมากๆ
- ทำอย่างน้อย 10 นาที
- ท่านี้ทำในท่านอนหรืออะไรก็ได้นะครับ เน้นที่ความผ่อนคลาย ผมมักจะทำก่อนนอนจนหลับ จะทำให้หลับง่าย
- ท่านี้ถ้าทำนานๆ จนรู้สึกมีแรงดัน หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย ให้เอามือออก สูดหายใจเข้าออกสักพัก แล้วค่อยทำต่อ อย่าฝืนทำต่อเรื่อยๆ นะครับ ไม่ดี

3. แกว่งแขน

วิธีนี้ช่่วยให้เลือดสูบฉีดขึ้นไปหล่อเลี้ยงดวงตา ลองทำดูนะครับ

- ยืนให้ขาทั้งสองข้างห่างกันพอสมควรให้ยืนได้สบาย (ประมาณช่วงไหล่) จัดน้ำหนักการยืนให้มั่นคง ให้นิ้วเท้างองุ้มเล็กน้อย
- หลับตาเบาๆ (อย่าหลับตาปี๋) ออกแรงแกว่งแขนไปข้างหลังให้สุด แล้วปล่อยให้แขนเหวี่ยงมาข้างหน้าเองโดยไม่ต้องออกแรง ตำราท่านว่าไว้ให้ออกแรงแกว่งด้านหลัง 7 ส่วน ด้านหน้า 3 ส่วน หรือด้านหลังทำมุม 60 ด้านหน้าทำมุม 30 องศา ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
- ย้ำว่าออกแรงเฉพาะแกว่งแขนไปด้านหลัง ด้านหน้าแค่ปล่อยมานะครับ เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นไปส่วนบนของร่างกาย และต้องยืนให้มั่นคง อย่าขยับเท้าบ่อย ให้เป็นหลักเกาะกับพื้น
- อันนี้สำคัญมาก ระหว่างแกว่งแขนให้หายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะ (เบาๆ ยาวๆ) จิตใจจะสงบ และใบหน้าจะผ่อนคลาย ตำราท่านว่า ห้ามคิดฟุ้งซ่าน เพราะเลือดลมจะสับสน
- เมื่อทำสักพักจะรู้สึกว่ามีน้ำตามาหล่อเลี้ยงอย่างมาก ลูกตากลิ้งได้คล่อง อุ่นๆ มีพลังเหมือนจะปล่อยแสงได้ (อธิบายยากแฮะ อยากรู้ต้องลอง)
- ควรทำอย่างน้อย 15 นาที ผมมักจะเปิดเพลงไปด้วย จะรู้สึกแกว่งได้เป็นจังหวะดี และไม่เบื่อ ปิดไฟทำตอนกลางคืนยิ่งดีครับ

รู้สึกว่าเริ่มจะยาวเกินไป ไว้ต่อคราวหน้านะครับ สวัสดี