Archive | Other RSS feed for this section

ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ

7 Jun

หลายคนคงโชคดีที่สามารถทำในสิ่งที่ชอบที่ชอบได้ … แต่คนส่วนมากในสังคมไม่เป็นเช่นนั้น
บางทีเราเลือกที่จะเป็นอย่างนั้น ก็เพราะเราอาจยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ว่าอะไรกันแน่ คือสิ่งที่เราชอบ
บางทีเราก็ไม่มีสิทธิเลือกที่จะเป็นอย่างไหนทั้งนั้น เพราะภาระหน้าที่รับผิดชอบหรืออะไรก็ตาม เช่น ต้องผ่อนบ้าน
เราก็จะเลือกไม่ได้ที่จะต้อง “ทำงานหนัก” ให้ได้มาเพื่อเงินมาใช้หนี้ ภาวะคับขันบีบบดอดทนของคนวัยทำงาน
บางที … เราเรียนรู้จากฝัน

ปิดทีวี หลับตา เข้าห้องเรียนตอนหลับฝัน ตื่นขึ้นมาใหม่ เอาความรู้ที่ได้จากฝัน ไปใช้ให้เป็นประโยชน์
เครียดนัก ก็พักบ้าง โหลดหนังมาดู ไปเที่ยวทะเล หรือเอาเงินไปใช้ในทางผ่อนคลาย
สภาวะทำงานหนักตลอดเวลา ไม่ใช่สภาวะปกติของคน แต่เป็นของเครื่องจักร

หรือเรากำลังเป็นหุ่นยนต์ขึ้นเรื่อยๆ…

มือถือหาย !!!

30 Apr

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณเกือบ ๆ จะเก้าโมง ผมได้นั่งรถตุ๊ก ๆ กับเพื่อนอีก 2 ท่านเพื่อที่จะไปทำงานที่ไซต์งานของบริษัท ซึ่งอยู่แถวกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

เมื่อผมและเพื่อน ๆ ได้ลงจากรถตุ๊ก ๆ และจ่ายเงินค่าตุ๊ก ๆ ไป จึงได้เดินเข้าไปยังที่ทำงานตามปกติ แต่ผมก็ได้พบว่ากระเป๋ากางเกงข้างซ้ายที่ปกติจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่น Nokia N-Gage อยู่ มันได้กลายเป็นกระเป๋ากางเกงโล่ง ๆ ไปแล้ว จึงได้รีบเดินออกมาดู แต่ตุ๊ก ๆ ก็ได้ขับออกไปซะแล้ว จึงได้เริ่มที่จะใช้โทรศัพท์ของเพื่อนโทรกลับเข้าไปยังเครื่องของผมเอง โดยหวังว่าคนขับตุ๊ก ๆ จะได้ยินเสียงมือถือของผมบ้างและรับสาย

หลังจากที่โทรอยู่ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อนผมก็โทรติด ซึ่งผู้ที่รับสายเป็นผู้ชาย แล้วบอกว่าตนเองชื่อ ก้อง ทำงานอยู่ที่กรมโยธาธิการ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่ทำงานของผมที่กระทรวงการคลังมาก แต่ก็ยังไม่ได้คุยถึงรายละเอียดการขอรับคืน ผมจึงได้โทรไปอีกครั้งและแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเครื่อง ซึ่งเขาก็บอกเป็นการนัดว่าให้ไปรับโทรศัพท์คืนได้ ที่ด้านหน้าตึกกรมโยธาธิการในเวลาเที่ยงตรง เพราะขณะที่คุยกันนั้นเป็นเวลาที่เขาจะต้องทำงานแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าการปล่อยระยะเวลาให้เนิ่นนานไว้มันไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมจึงได้ลองถามเขาว่า ผมจะขอไปรับตอนนี้ที่ที่ทำงานเขาได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ต้องมา ไว้ให้มาตอนเที่ยงทีเดียว แล้วประมาณเที่ยงให้โทรไปยังเครื่องของผมอีกรอบ ซึ่งน้ำเสียงของเขาตอนนั้นเหมือนไม่ค่อยพอใจ และมีอารมณ์โกรธอะไรบางอย่าง เหมือนตั้งใจว่าจะทำงานจริง ๆ ผมจึงยินยอมตามที่เขาขอ และวางสายไป

ครั้นเมื่อถึงเวลานัดผมก็ไปรออยู่บริเวณหน้าตึกกรมโยธาพร้อมกับโทรศัพท์เขาไปที่เครื่องของผมเอง ซึ่งก็ไร้วี่แววของการตอบรับจากชายที่รับโทรศัพท์ผมไปเมื่อเช้า ผมโทรอยู่อย่างนั้นตลอด 1 ชม. จนเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากความหวังและความยินดีที่จะได้โทรศัพท์คืน ณ ตอนนี้โทรศัพท์ผมกลายเป็นบริการรับฝากข้อความไปเสียแล้ว ซึ่งหากคิดในแง่ร้ายที่สุดคือเขาคงปิดมือถือผมและแสดงเจตนาว่าจะไม่คืนแล้ว แต่ผมก็ยังคิดในแง่ดีอยู่ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเขาต้องการเครื่องผมจริง ๆ แล้วตอนเช้าที่โทรไปตั้ง 2 ครั้งเขาจะรับสายผมทำไม

จึงทำให้ผมลองตามหาบุคคลที่ชื่อก้องดูภายในหน่วยงานของกรมโยธา ซึ่งก็ไปพบมา 1 คนแต่ก็ไม่ใช่คนที่เอาโทรศัพท์ผมไป ซึ่งผมก็ยังพยายามตามหาอยู่เป็นเวลากว่า 1 ชม.แต่สุดท้ายก็ไม่พบจึงต้องกลับมายังที่ทำงานเสียก่อน

โดยปกติแล้วการที่โทรศัพท์มือถือหาย ผู้ใช้มักจะต้องทำการขอแจ้งตัดสัญญาณเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งานยอดเงินที่คุณมีอยู่ในระบบ แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำการแจ้งเนื่องจากเหตุผลเดิมก็คือการที่เขารับโทรศัพท์จากผมถึง 2 ครั้งในตอนเช้า ซึ่งทำให้ผมคิดว่าเขายังน่าจะคืนโทรศัพท์ให้ผมอยู่ ผมจึงยังไม่ตัดสัญญาณ และได้ส่ง SMS เข้าไปเพื่อบอกให้เขาติดต่อการคืนเครื่องกลับมาได้ที่เบอร์ใดบ้างหลังจากที่เขาเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

แต่แล้วตลอดวันศุกร์ทั้งวันหลังจากเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ มือถือผมก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนถึงวันถัดมาซึ่งผมตั้งใจจะไปแจ้งตัดสัญญาณและขอซิมใหม่เบอร์เดิม ในช่วงสาย ๆ นั้น ปรากฏว่าเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ก่อนที่ผมจะไปแจ้ง ได้ลองโทรเข้าไปยังเครื่องของผมอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรติด แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่จะรับสายอยู่เช่นเดิม จนเมื่อผมไปถึงและรอเวลาการได้รับบริการอยู่เกือบจะครึ่งชม. ผมก็ได้แจ้งขอตัดสัญญาณและให้เขาเช็กยอดเงินคงเหลือในระบบ ปรากฏว่ายอดเงินผมเหลืออยู่แค่เพียง 150 บาท จากที่ผมเช็กครั้งล่าสุด ณ เวลาประมาณบ่าย 3 ของวันศุกร์ที่มีอยู่ที่ 1550 กว่าบาท แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อผมนำซิมใหม่ที่ได้มาใส่มือถือและกดเช็กยอดเงินคงเหลืออีกครั้ง กลับได้รับการแจ้งกลับมาว่าเหลืออยู่เพียง 94 สตางค์เท่านั้น

ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ก็คงจะโทษใครไปไม่ได้นอกจากตัวของผมเอง ที่ประมาทเกินไป ไม่ยอมตรวจเช็กบนเบาะที่นั่งภายหลังจากลงจากรถตุ๊ก ๆ แล้ว การไม่สอบถามรายละเอียดของตัวบุคคลที่เก็บโทรศัพท์มือถือของผมได้อย่างชัดเจนพอที่จะตามหาได้ง่ายในกรณีที่เขาหลบเลี่ยงการติดต่อจากผม รวมไปถึงการให้ความเชื่อใจแก่บุคคลที่ไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาของคนผู้นั้นมากจนเกินไป จนไม่ยอมตัดสัญญาณมือถือ และเป็นเหตุให้เสียยอดเงินคงเหลือที่มีอยู่ไปทั้งหมด

ในกรณีของโทรศัพท์มือถือที่หายนี้ ทำให้ผมรู้ว่าโอกาสที่จะได้รับกลับคืนมาแทบจะไม่มีเลย เว้นแต่ว่าผู้ที่เก็บได้ที่เป็นคนดีจริง ๆ และมีความต้องการจะคืน เขาผู้นั้นจะต้องหาวิธีติดต่อกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะสั่งตัดสัญญาณหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นผมจึงแนะนำให้คุณสั่งตัดสัญญาณทันที ภายหลังจากที่มือถือของคุณหาย เพื่อป้องกันยอดเงินคงเหลือของคุณไว้ก่อน หากในกรณีที่มีเงินเหลือเยอะมาก ๆ (อย่างเช่นในกรณีของตัวผมเอง)

ในส่วนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะกับระบบเติมเงินนั้น ผมขอเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกท่านที่ใช้ระบบเติมเงินไว้เลยว่า ผู้ให้บริการแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย นอกจากการแสดงความเสียใจ และการรอรับแจ้งการตัดสัญญาณ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นการเช็กว่าสัญญาณมือถือของคุณอยู่ที่ใด หรือจะเป็นข้อมูลการโทรออกล่าสุดเพื่อจะเช็กว่าคนที่เก็บได้ได้ใช้งานอะไรหรือไม่ เช่นในกรณีของผม ผมเองสันนิษฐานว่าคนที่เก็บได้เขาคงไม่ได้ใช้โทรจนหมด แต่หากว่าน่าจะเป็นการโอนเงินออกจนหมดเสียมากกว่า ซึ่งน่าจะเห็นได้ชัดจากตอนที่ผมเช็กยอดเงินครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดสัญญาณ ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการตัดสัญญาณคงไม่น่าจะเกิน 5 นาที ปรากฏว่ายอดเงินของผมก็ได้หายไปหมดแล้ว

แต่ก็ยังดีอยู่หน่อยตรงที่ว่ารู้สึกผู้ใช้ในระบบรายเดือน จะพอเช็กข้อมูลการโทรได้บ้าง แต่การรีบแจ้งตัดสัญญาณก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในกรณีที่มือถือของทุกท่านหายไป

แต่ในส่วนของการขอข้อมูลในเชิงลึกเช่นการให้เช็กว่ามือถือไปอยู่ที่ไหนคงจะต้องพี่งกระบวนการของตำรวจเขาและคงต้องใช้อำนาจทาง
ศาลเพื่อให้ตำรวจมีอำนาจในการข้อมูลจากผู้ให้บริการได้ต่อไป ซึ่งตรงนี้ผมก็ไม่แนะนำที่จะให้ทำสักเท่าไร เพราะว่าจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาอีกอย่างมากมายแน่นอน

สิ่งสุดท้ายที่จะพูดถึงคือการแจ้งความกับทางตำรวจ ในความเห็นส่วนตัวของผมเอง แทบจะไม่มีความเชื่อมั่นในระบบตำรวจของไทยสักเท่าไร เพราะคิดว่าในกรณีของผม ที่แม้แต่รายละเอียดผู้เก็บได้ก็รู้แค่เพียงชื่อ (ซึ่งก็ยังไม่ทราบอีกว่าเป็นชื่อเล่นหรือชื่อจริง) กับที่ทำงาน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใช่ที่ทำงานของเขาจริง ๆ หรือไม่หรือว่าจะเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา) การไปแจ้งความอย่างมากก็คงจะได้แค่ทำการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น คงไม่ได้อะไรคืบหน้าขึ้นมา รวมไปถึงการได้โทรศัพท์คืนยิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า

สุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกว่า จะขึ้นหรือจะลงจากพาหนะใด ๆ ก็ตามอย่าลืมตรวจเช็กสิ่งของมีค่าของท่านไว้ เพื่อความปลอดภัยจะเป็นการดีที่สุด ของมีค่าจะได้อยู่ติดตัวท่านไปตราบจนกว่าที่มันจะพังลงไป ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันหายไปอยู่กับคนที่คุณก็ไม่รู้จักนะครับ

WHY WOMEN CRY!

24 Apr

ทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้
พอดีเราไปอ่านเจอใน blog ของเพื่อนเราคนนึงอะ (ขอสงวนนามรึกันนะ) บางคนอาจจะเคยเห็นบทความนี้แล้วนะ
แต่เพื่อนเราเป็นคนแปลหละ แปลความหมายดีมากๆเลย ก็เลยอยากให้มาอ่านๆกัน
ยังไงก็ขอบคุณ เพื่อนคนนี้มากๆนะ ที่ช่วยแปลให้ (จริงๆเอามาโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย แต่คงไม่เป็นอะไรหรอก ^^)

Alittle boy asked his mother, ‘Why are you crying?’ ‘Because I’m a woman,’ she told him.
เด็กชายตัวน้อยคนหนึงถามแม่ของเขาว่า “แม่ร้องไห้ทำไมคับ” “เพราะแม่เป็นผู้หญิงไงลูก” แม่บอกกับเขา
‘I don’t understand,’ he said. His Mom just hugged him and said, ‘And you never will.’
“ผมไม่เข้าใจ” เด็กน้อยกล่าว แม่ของเขาเพียงแค่กอดเขาและพูดกับเขาว่า “และลูกก็จะไม่มีวันเข้าใจจ้ะ”
Later the little boy asked his father, ‘Why does mother seem to cry for no reason?’
ต่อมา เด็กชายตัวน้อยจึงไปถามพ่อของเขา “ทำไมคุณแม่ถึงร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุด้วยล่ะคับ”
‘All women cry for no reason,’ was all his dad could say.
“ผู้หญิงทุกคนก็ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลทั้งนั้นแหละลูก” เป็นคำตอบที่พ่อของเขาสามารถบอกเขาได้เพียงเท่านี้
The little boy grew up and became a man, stil wondering why women cry.
จากเด็กชายตัวน้อย เขาเติบใหญ่จนโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัว แต่ก็ยังคงสงสัยว่าทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้
Finally he put in a call to God. When God got on the phone, he asked, ‘God, why do women cry so easily?’
จนกระทั่งในที่สุด เขาก็ต่อสายไปหาพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงรับสาย เขาก็ถามพระองค์ว่า “ข้าแต่พระเป็นเจ้า เพราะเหตุอันใดผู้หญิงทั้งหลายถึงได้ร้องไห้ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน”

God said:
พระองค์ตรัสว่า

‘When I made the woman she had to be special.
“เมื่อเราสร้างมนุษย์ผู้หญิงขึ้นมา เธอผู้นั้นจำต้องเป็นสิ่งพิเศษ
I made her shoulders strong enough to carry the weight of the world,
เราสร้างไหล่ของเธอให้แข็งแกร่งพอที่จะรองรับน้ำหนักของโลกนี้ได้
yet gentle enough to give comfort
แต่ก็อ่อนโยนพอที่จะให้ความสบายแก่เธอ
I gave her an inner strength to endure childbirth and the rejection that many times comes from her children.
เราให้จิตใจอันแข็งแกร่งแก่เธอเพื่อที่จะได้อดทนในการให้กำเนิดบุตรและอดทนต่อการถูกปฏิเสธไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจากลูกๆของเธอ
I gave her a hardness that allows her to keep going when everyone else gives up, and take care of her family through sickness and fatigue with out complaining.
เราให้ความแข็งแกร่งภายในจิตใจแก่เธอเพื่อให้เธอทำสิ่งต่างๆต่อไปแม้ว่าคนอื่นๆจะยอมแพ้แล้วก็ตาม
และให้เธอดูแลครอบครัวของเธอฟันฝ่าความท้อแท้และเหนื่อยยากโดยที่เธอไม่ตำหนิใดๆ
I gave her the sensitivity to love her children under any and all circumstances, even when her child has hurt her very badly.
เราให้ความอ่อนโยนอ่อนไหวแก่เธอเพื่อให้เธอรักลูกๆของเธอไม่ว่าจะเป็นเช่นไร หรือแม้แต่ลูกของเธอจะทำร้ายเธออย่างสาหัสก็ตาม
I gave her strength to carry her husband through his faults and fashioned her from his rib to protect his heart.
เราให้ความแข็งแกร่งแก่เธอเพื่อให้เธอช่วยเหลือสามีของเธอในยามยาก
และสร้างเธอจากกระดูกซี่โครงของเขาเพื่อที่เธอจะได้ปกป้องหัวใจของเขา
I gave her wisdom to know that a good husband never hurts his wife, but sometimes tests her strengths and her resolve to stand beside him unfalteringly.
เราให้ความฉลาดแก่เธอเพื่อให้ได้รู้ว่าสามีที่ดีนั้นจะไม่ทำร้ายภรรยาของเขาเด็ดขาด แต่บางครั้งเขาก็ทดสอบความแข็งแกร่งและการตัดสินใจของเธอเพื่อให้เธอได้ยืนเคียงข้างเขาอย่างมั่นคง
And finally, I gave her a tear to shed. This is hers exclusively to use whenever it is needed.’
และท้ายที่สุด เราให้เธอมีน้ำตาที่รินไหลออกมาตามธรรมชาติอันเป็นสิ่งพิเศษที่เธอสามารถใช้ได้ทุกเมื่อยามที่เธอต้องการ

‘You see my son,’ said God, ‘the beauty of a woman is not in the clothes she wears, the figure that she carries, or the way she combs her hair.
“เจ้าเห็นรึยังลูกของเรา” พระเจ้าทรงตรัส “ความงามของสตรีนั้นมิได้อยู่ที่เสื้อผ้าที่เธอใส่ รูปร่างที่เธอมี หรือท่าทางการแต่งกายของเธอ
The beauty of a woman must be seen in her eyes, because that is the doorway to her heart – the place where love resides.’
หากแต่ความงามของสตรีนั้นไซร้อยู่ที่แววตาของเธอ เพราะแววตานี้จะเป็นประตูไปสู่หัวใจของเธอ อันเป็นที่ที่มีความรักของเธออยู่นั่นเอง”